ผู้นำท้องถิ่นจับมือผู้นำศาสนาดึงเยาวชนติดยา


กลับตัวเป็นคนดี…รวมพลังสร้างชีวิตให้สดใส

100

...

เยาวชน เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต หากหลงทางไปติดยาเสพติด เหมือนหลงผิดเดินไปสู่สิ่งเลวร้ายในชีวิต ดังนั้น ภาครัฐจึงช่วยกันดึงเยาวชนให้กลับตัวกลับใจ มารวมพลังสร้างชีวิตให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม

โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนา รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา ได้จัดกิจกรรมนำเยาวชนที่หลงผิดเป็นทาสยาเสพติด ให้กลับตัวกลับใจใหม่ จำนวน 75 คน โดยร่วมกันทำพิธีละหมาดหมู่ ในช่วงกลางวัน (ละหมาดอัสรี) อย่างพร้อมหน้า ตามกติกา ของพี่เลี้ยง ที่ได้กำหนดไว้ให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัด ต้องร่วมกันละหมาดหมู่ 5 เวลา ทุกวัน ซึ่งในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตามโครง การ “ตำบลตะโล๊ะหะลอ รวมใจต้านภัยยาเสพติด ถวายพ่อหลวง” ซึ่งทางผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน ต.ตะโล๊ะหะลอ จับมือร่วมกัน นำเยาวชนผู้ติดยาเสพติด และกลุ่มเสี่ยงในแต่ละหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10 คน จำนวน 5 หมู่บ้าน รวม 50 คน และผู้สมัครใจอีก 20 คน ไปบำบัดรักษาบนเกาะยามู กลางบึงน้ำใส ต.ตะโล๊ะหะลอ เป็นระยะเวลา 19 คืน 20 วัน โดยใช้คณะวิทยากรจากโรงพยาบาลรามัน สำนักงานสาธารณสุขตำบลตะโล๊ะหะลอ สถานีตำรวจภูธรรามัน โดย พ.ต.อ.นรินทร์    บูสะมัญ ผกก. เจ้าหน้าที่จากอำเภอรามัน โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิด เป็นผู้ให้ความรู้ตลอดการบำบัด โดยในระหว่างการบำบัด ห้ามไม่ให้ญาติพี่น้อง ผู้ปกครอง เดินทางมาเยี่ยมบนเกาะเป็นอันขาด และมีการตรวจสอบอาหารการกินที่ผู้ปกครองนำมาฝากอย่างละเอียดเพื่อป้องกันไม่ ให้ผู้ปกครอง หรือญาติพี่น้องแอบนำยาเสพติดมาให้ในระหว่างการบำบัดอีกด้วย

นอกจากนี้ในระหว่างการบำบัด มีวิทยากร ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำศาสนา มาให้ความรู้ทั้งพิษภัยและที่เกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องการปฏิบัติตนในหลักการศาสนาที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับหลักปฏิบัติของศาสนา อิสลาม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวโยงไปถึงการเสพยาเสพติด ที่ผิดหลักศาสนาอิสลามอย่างรุนแรงด้วย

นายสุกรี มะเต๊ะ สารวัตรกำนัน ตำบลตะโล๊ะหะลอ กล่าวว่า จากสภาพในตำบลตะโล๊ะหะลอ ในปัจจุบัน มีเยาวชนติดยาเสพติดจำนวนมาก โดยเฉพาะยาเสพติดประเภท น้ำกระท่อมต้มผสมยาแก้ไอ ซึ่งเป็นที่นิยม และแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในหมู่เยาวชน ทำให้เกิดผลกระทบด้านสังคม และความมั่นคง นำไปสู่ความสงบเรียบร้อยในตำบลด้วย ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับผู้นำศาสนา และ อปท.ได้ดำเนินการนำเยาวชนผู้ติดยาและกลุ่มเสี่ยงของแต่ละหมู่บ้านมาบำบัด รวมทั้งการนำเยาวชนในตำบลเข้ารับการบำบัดบนเกาะกลางน้ำในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากแนวคิดที่ว่า หากนำผู้ติดยามาอยู่ที่ห่างไกลจากญาติพี่น้อง และขาดการติดต่อจากโลกภายนอก จะทำให้สามารถตัดวงจรการเคลื่อนไหว และเคลื่อนย้ายยาเสพติดเข้ามายังหมู่บ้านได้ รวมทั้งยังฝึกให้ผู้ติดยาสามารถหยุดการเสพติดในระยะยาวได้อีกด้วย

สำหรับผู้ติดยาเสพติดรายหนึ่ง กล่าวว่า หากไม่มีโอกาสเข้าบำบัดในครั้งนี้ คงเอาตัวเองไม่รอดแล้ว ถ้าอยู่ที่บ้านคงหยุดไม่ได้ ถึงแม้ตัวเองไม่มีเงินจะซื้อ แต่เพื่อนในกลุ่มเดียวกันมาชักชวน และนำมาให้เสพ พอรู้ว่าจะมีการบำบัดยาเสพติด จึงดีใจมาก เพราะมีทางเดียวที่จะหยุดยาได้  คือ ต้องเข้ารับการบำบัด ซึ่งตนติดยาเสพติดมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง เพื่อน ๆ ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว เพราะที่ผ่านมาเคยลองตั้งแต่ยาบ้า เฮโรอีน ฝิ่น ยาอี โคเคน กระท่อมต้ม 4×100 แต่โชคดียังมีชีวิตอยู่

นายอัมรัน มะสานิ คอเต็บ ประจำมัสยิดบ้านปูลายือนองหมู่ 5 ต.ตะโล๊ะหะลอ  กล่าวว่า ตนเองในฐานะวิทยากรประจำ ได้สั่งสอนให้ผู้ที่เข้าบำบัด ได้รับทราบถึงพิษภัยของยาเสพติดทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า โดยเฉพาะโลกหน้า ผู้ติดยาจะต้องได้รับโทษอย่างหนักในฐานะที่ฝ่าฝืนในหลักศาสนา  อิสลาม จึงต้องให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำความผิด ซึ่งในทุกครั้งที่มีการละหมาดร่วมกัน จะมีการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับศาสนา นอกจากนี้การละหมาดร่วมกันในทุกเวลาที่กำหนด ทำให้ผู้บำบัดได้ฝึกปฏิบัติในการทำละหมาดไปด้วย เนื่องจากผู้บำบัดบางคน ไม่เคยละหมาดใน 5 เวลาเลย ดังนั้นการเข้ามาบำบัดในครั้งนี้ นอกจากได้เลิกยาเสพติดแล้ว ยังจะทำให้มีการฝึกละหมาดให้กับตัวเองไปด้วย ซึ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น หลังจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดประเภท น้ำกระท่อมต้ม ที่เรียกว่า 4×100 มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ทุกหมู่บ้านจะมีการต้มน้ำกระท่อมกิน ทำให้เด็กและเยาวชนตั้งแต่อายุ 10 ขวบขึ้นไป มีความเสี่ยงและติดยาเสพติดประเภทนี้เป็นอย่างมาก

นายบุญไทย กาฬศิริ นายอำเภอรามัน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน คือ รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน และ รั้วครอบครัว ซึ่งแต่ละรั้วจะป้องกันปัญหาต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ยาเสพติด เป็นมหันตภัยร้ายที่ทำลายทรัพยากรของชาติ นั่นคือ มนุษย์ ซึ่งหากเดินหลงทางเข้าไป อาจได้รับผลร้ายที่ตามมา หมายถึง ความตาย นั่นเอง.

ที่มา: เดลินิวส์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: