ไอซีทีผนึกคลังแปรสัมปทานมือถือ


ไอซีที-คลัง  ผนึกกำลังแปรสัญญาสัมปทาน  ลดค่าต๋งมือถือเหลือ12.5% พร้อมขยายอายุ 15 ปี เท่ากันทุกราย
นายจุติ ไกรฤกษ์  รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ไอซีทีเห็นชอบกับนวทางการแปรสัญญาของกระทรวงการคลังที่มีแนวคิดเปลี่ยนสัมปทานมือถือในปัจจุบันเป็นใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์)  โดยมีอายุสัมปทาน 15 ปี เช่นเดียวกับไลเซ่นส์ 3.9 จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และคิดค่าธรรมเนียมไลเซ่นส์ที่ 12.5% ต่อปี

 สาเหตุที่ไอซีทีเห็นด้วยกับแนวทางนี้ เนื่องจากยังไม่เห็นว่ามีแนวทางอื่นที่เหมาะสมกว่า แม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะเสี่ยงในแง่กฎหมายและการเข้าข้างเอกชนในประเด็นลดค่าส่วนแบ่งรายได้พร้อมต่ออายุสัมปทานออกไปอีก 

แนวทางดังกล่าวเพื่อต้องการแปรสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือให้ทุกรายอยู่บนพื้นฐานเท่าเทียมกัน โดยปรับอายุสัมปทานที่เหลือของทุกรายในปัจจุบันซึ่งแตกต่างกันอยู่ให้เท่ากันหมด ภายใต้ไลเซ่นส์ใหม่  ซึ่งคลังจะต้องเจรจากับทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เพราะรายได้จะลดลง  เนื่องจากส่วนแบ่งรายได้ที่เอกชนจ่ายอยู่เดิมคือ 25-30% ต่อปี

ทั้งนี้  คลังจะดำเนินการควบคู่ไปกับการออกไลเซ่นส์ 3.9 จีของ กทช.ที่คาดว่าจะเริ่มประมูลได้ในเดือน ก.ย.นี้ โดยคลังขอให้ทางกทช.ปรับค่าธรมมเนียมไลเซ่นส์ 3.9 จีจากเดิมที่ 6% ต่อปี เป็น 12.5% เท่ากัน

พ.อ. นที ศุกลรัตน์ กรรมกา กทช. กล่าวว่า  กทช.ไม่จำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมใดๆ ให้เข้ากับทางคลังอีก  เนื่องจากเงื่อนไขของผู้ที่ได้รับไลเซ่นส์ 3.9 จี  จะต้องเสียค่าธรรมเนียไลเซ่นส์ปีละ 2% ของรายได้รวม และ บริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ยูเอสโอ) 4%

ขณะที่ค่าไลเซ่นส์คาดว่าจะอยู่ที่ใบละ 1.5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งเมื่อเฉลี่ยระยะเวลา 15 ปี ก็เท่ากับปีละ 6-7% ส่งผลให้เอกชนต้องจ่ายให้กทช.ในอัตราที่เท่ากับของทางกระทรวงการคลังอยู่แล้ว 

ทั้งนี้  หากคลังทำสำเร็จ ผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จะต้องจัดสินใจว่าจะเลือกไลเซ่นส์ใด เพราะหากได้รับไลเซ่นส์ 2.5 จีไปแล้ว จะไม่สามารถเข้าประมูล 3.9 จีได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการครอบครอง คลื่นความถี่มากเกินการใช้งาน

ส่วนการรับฟังความเห็นของผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย เกี่ยวกับการืนสิทธิ์การบริหารคลื่นความถี่เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา  มีเพียงดีแทครายเดียวที่คัดค้าน และอาจไม่เข้าร่วมประมูล  เนื่องจากคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซของดีแทคนั้นสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยี แอลทีอี (Long Term Evolution) ได้   ส่งผลให้ดีแทค ไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่จะคืนคลื่น 2.5 จี เพื่อเข้าร่วมประมูล 3.9 จี.

แหล่งที่มา: โพสต์ทูเดย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: