บีญาฮีโร่สเปนชนะปารากวัย1-0ชนเยอรมนี


“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี สอนเชิง “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 4-0 เข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 โดย มิโรสลาฟ โคลเซ ยิงคนเดียว 2 ประตู เข้าไปดวลกับ “กระทิงดุ” สเปน ที่เฉือนชนะ “กัวรานี” ปารากวัย 1-0 จาก ดาวิด บีญา เจ้าเก่า ด้าน “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา โค้ชอาร์เจนไตน์ ยอมรับสภาพสมควรแพ้

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ระหว่าง ปารากวัย กับ สเปน ที่สนามเอลลิส ปาร์ค นครโยฮันเนสเบิร์ก โดยเกมนี้ เกราร์โด มาร์ติโน โค้ชปารากวัย ปรับเปลี่ยนทีมจากรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถึง 6 คน โดยเฉพาะ โรเก ซานตา ครูซ กองหน้าตัวเก่ง ถูกจับเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ขณะที่ สเปน ยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมก่อน

เริ่มเกมครึ่งแรกทั้ง 2 ทีม ยังคงเล่นกันแบบเกร็งๆ จับจังหวะเกมกันไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กกระทิงมักให้บอลกันเร็วไปเสมอ ส่วนฝั่ง “กัวรานี” มีโอกาสส่งลูกหนังข้ามเส้นประตูจาก เนลสัน บัลเดส กองหน้าที่เป็นตัวสำรองในเกมก่อน แต่เป็นตัวจริงในเกมนี้ ทว่า คาร์ลอส บาเตรส ผู้ตัดสินชาวกัวเตมาลา ไม่ให้เป็นประตู เพราะมองว่าล้ำหน้า จบครึ่งแรกจึงยังเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังเหตุการณ์ตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มเกม เมื่อเข้าสู่นาที 56 เกราร์ด ปีเก เซ็นเตอร์แบ็กสแปนิช ไปดึง ออสการ์ คาร์โดโซ กองหน้าปารากวัย ในเขตโทษ ปีเก จึงเสียใบเหลืองพร้อมจุดโทษ ซึ่ง คาร์โดโซ ลุกมายิงเอง ทว่ากองหน้าวัย 27 ปีผู้นี้ ซัดบอลหายเข้าไปในอก อีเคร์ กาซิยาส “กระทิงดุ” จึงรอดพ้นการเสียประตู

ทว่าหนึ่งนาทีหลังจากนั้น ดาวิด บีญา หัวหอกสแปนิช ลากบอกเข้าเขตโทษ ส่งผลให้ อันโตลิน อัลการาซ เซ็นเตอร์แบ็ก “กัวรานี” ที่วิ่งเบียดมาตลอดมองแล้วว่าคงเอาไม่อยู่เตะตัดข้อเท้าจน บีญา ลงไปกองกับพื้น อัลการาซ จึงต้องเสียใบเหลืองพร้อมจุดโทษ โดย ซาบี อลอนโซ มิดฟิลด์ตัวกลางของสเปน จะเป็นมือสังหาร และก็ยิงไม่พลาด ทว่าผู้ตัดสินให้ยิงใหม่ เนื่องจากมีผู้เล่นของสเปนวิ่งเข้าเขตโทษ ก่อนที่ อลอนโซ จะยิง และในการยิงใหม่ อลอนโซ ยิงไปติดเซฟของ ฮุสโต บียาร์ นายทวารปารากวัย

แต่ในที่สุดความพยายามของสเปนก็ประสบความสำเร็จจนได้ เมื่อ เปโดร โรดริเกซ ยิงไปชนเสา แต่บอลไปเข้าทางปืน ดาวิด บีญา ตามซ้ำเข้าไปได้นาที 82 และกลายเป็นประตูชัยในที่สุด เมื่อจบเกม สเปนชนะ 1-0 เข้าไปพบกับ เยอรมนี ในรอบรองชนะเลิศต่อไป โดย สเปน กับ เยอรมนี เพิ่งเป็นคู่ชิงชนะเลิศ “ยูโร 2008” กันมาก่อน

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

ปารากวัย – ฮุสโต บียาร์, อันโตลิน อัลการาซ, เปาโล ดา ซิลวา, เคลาดิโอ โมเรล โรดริเกซ, ดาริโอ เวรอน, บิคตอร์ กาเซเรส, คริสเตียน ริเบรอส, เอดการ์ บาร์เรโต (เอ็นริเก เบรา น.64), เนลสัน บัลเดซ ( โรเก ซานตา ครูซ น.72), ออสการ์ คาร์โดโซ, โจนาธาน ซานตานา
สเปน – อีเคร์ กาซิยาส, คาร์เลส ปูโยล, เกราร์ด ปิเก,  โจน คัปเดบีญา, เซอร์จิโอ รามอส, เซอร์จิโอ บุสเกตส์, ซาบี อลอนโซ (เปโดร โรดริเกซ น.74), ซาบี เฮอร์นันเดซ, ดาวิด บีญา, เฟอร์นันโด ตอร์เรส (เชส ฟาเบรกาส น.55), อันเดรียส อิเนียสตา

อินทรีถล่มฟ้าขาว4-0

อีกคู่ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีตแชมป์ 3 สมัย พบ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา แชมป์ 2 สมัย ที่กรีนพอยต์ สเตเดี้ยม เกมนี้ โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เยอรมนี ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม โดยที่ เมซุท โอซิล และลูคัส โพโดลสกี ผ่านความฟิตลงเล่นได้ ส่วน มิโรสลาฟ โคเซ กองหน้าลงรับใช้ชาติเป็นนัดที่ 100 ขณะที่อาร์เจนตินา ของ ดิเอโก มาราโดนา ก็ไม่ปรับทีมเช่นกัน มีทั้ง ลิโอเนล เมสซี เป็นจอมทัพ ส่วนคู่หน้าเป็น คาร์ลอส เตเบซ กับ กอนซาโล อิกัวอิน

เริ่มเกม เยอรมนี มีโอกาสยิงครั้งแรกก็เป็นประตูทันที เมื่อ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ โยนฟรีคิกจากฝั่งซ้ายมาให้ โธมัส มุลเลอร์ หัวหอก “อินทรีเหล็ก” วิ่งหนีการประกบของ นิโคลัส โอตาเมนดี แบ็กขวา ขึ้นไปโขกให้ เยอรมนี นำ 1-0 นาที 3 ซึ่งเป็นการยิงประตูที่เร็วที่สุดในทัวร์นาเมนต์ นอกจากนั้นยังเป็นการโดนยิงนำหนแรกของ “ฟ้าขาว” ในฟุตบอลโลกหนนี้

หลังจากนั้น อาร์เจนไตน์ เปิดเกมบุกเข้าแลก และเกือบได้ประตูจากการหลุดเดี่ยวของ คาร์ลอส เตเบซ แต่ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูเยอรมนี ออกมาตัดบอลได้ก่อน ขณะที่ “อินทรีเหล็ก” ก็เกือบบวกสกอร์ได้จากจังหวะโต้กลับเร็ว ทว่า โคลเซ ยิงเหินคาน

ต่อมา มุลเลอร์ ผู้ทำประตูขึ้นนำต้องโชคร้าย โดน ราฟชาน อิร์มาตอฟ ผู้ตัดสินชาวอุซเบกิสถาน จับแฮนด์บอลพร้อมโดนใบเหลือง ส่งผลให้หากเยอรมนี เป็นฝ่ายเข้ารอบต่อไป มุลเลอร์ จะไม่ได้ลงเล่นเพราะติดโทษพักแข้ง หลังจากนั้นทั้งคู่มักทำบอลเสียบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ เกมจึงตรึงสกอร์ไว้ที่ เยอรมนี นำ 1-0 จนจบครึ่งแรก

เริ่มครึ่งหลัง อาร์เจนตินา โหมบุกหนักและเกือบได้ประตูตีเสมอทันทีจากจังหวะสับไกยิงบริเวณจุดโทษของ เตเบซ ทว่า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ โดดเข้าขวาง บอลจึงอัดหน้าเซ็นเตอร์แบ็กเยอรมนีเต็มๆ

แต่แล้วเกมโต้กลับเร็วของอินทรีเหล็ก ก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง ในนาที 67 เมื่อ มุลเลอร์ ผู้ยิงประตูแรก แม้จะเสียหลักแต่ก็ล้มตัวกวาดบอลส่งไปให้ โพโดลสกี หลุดกับดักล้ำหน้า แล้วดึงจังหวะบอลรอให้ เซอร์จิโอ โรเมโร นายทวารฟ้าขาว พุ่งตัวออกมา จึงจิ้มบอลส่งต่อไปให้ โคลเซ จับบอลแล้วแปเข้าไปอย่างง่ายๆ ในระยะ 6 หลาหน้าประตู เยอรมนี นำห่าง 2-0

จากนั้น มาราโดนา ตัดสินใจเปลี่ยนตัว โอตาเมนดี ออกทันที เพราะหลุดตำแหน่งทั้ง 2 ประตูที่เสียไป โดยส่ง ฮาเบียร์ ปาสโตเน ลงเล่นแทนนาที 69 แต่ดูเหมือน “ฟ้าขาว” จะใจเสียไปแล้ว จึงเล่นพลาดกันหลายจังหวะก่อนที่ ชไวน์สไตเกอร์ จะลากหลบ 3 ผู้เล่นอาร์เจนไตน์ จากฝั่งซ้ายแล้วตบบอลเข้ากลางให้ อาร์เน ฟรีดิช เซ็นเตอร์แบ็ก ที่เติมเกมขึ้นมาเข้าชาร์จง่ายๆ เยอรมนี บวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 นาที 74

ทว่า เยอรมนี ยังไม่พอ มาปิดท้ายเกมได้อีกหนึ่งประตูจากฝีเท้าของ โคลเซ นาที 89 ทำให้จบเกม เยอรมนี ชนะ อาร์เจนตินา 4-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เยอรมนี – มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อาร์เน ฟรีดิช, เฌอโรม บังเต็ง (มาร์เซลล์ แยนเซน น.71), ซามี เคดิรา (โทนี ครูส น.77), บาสเตียน สไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์ (ปีเตอร์ โทรซอฟสกี น.82), เมซุท โอซิล, ลูคัส โพโดลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ

อาร์เจนตินา – เซอร์จิโอ โรเมโร, มาร์ติน เดมิเชลิส, นิโคลัส บูร์ดิสโซ, กาเบรียล ไฮน์เซ, นิโคลัส โอตาเมนดี (ฮาเบียร์ ปาสโตเร น.69), มักซี โรดริเกซ, ฮาเบียร์ มาสเชราโน, อังเคล ดิ มาเรีย (เซอร์จิโอ อเกโร น.75), กอนซาโล อิกัวอิน, ลิโอเนล เมสซี, คาร์ลอส เตเบซ

เลิฟโวอินทรีฟอร์มแชมป์โลก

โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เยอรมนี ออกชมฟอร์มของลูกทีม ว่าเล่นได้อย่างสุดยอด หลังจากรอบที่แล้วถล่มอังกฤษ 4-1 มาเกมนี้ยังยิงได้ถึง 4 ประตูอีกหน ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง และนี้ถือว่าเป็นการเล่นระดับแชมเปี้ยน

“เราสร้างผลงานได้น่าเหลือเชื่อ ยิงประตูอาร์เจนตินาได้ถึง 4 ลูก คุณต้องพูดถึงระดับการเล่นของเยอรมนี และเรายังหยุด เมสซี่ ได้อยู่หมัด โดยเฉพาะการไม่เสียฟาวล์ นั่นคือเรื่องที่เยี่ยมมาก เราเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นอีกในครึ่งหลัง เล่นอย่างอิสระในฟุตบอลที่เล่นเกมรุกตลอด  ผลการแข่งขัน และจำนวนประตูที่ทำได้ คงไม่มีใครคาดคิดได้ก่อนเกมเริ่ม นี่คือฟอร์มที่สุดยอด ไม่เฉพาะในระดับชาติเท่านั้น แต่เป็นระดับแชมเปี้ยน”

ยินดี”โคลเซ่”-เซ็ง”มุลเลอร์”แบน

นอกจากนั้น นายใหญ่ทีมชาติเยอรมนี ยังออกมากล่าวแสดงความยินดีกับ มิโรสลาฟ โคลเซ ที่ลงเล่นให้ทีมชาตินัดที่ 100 และทำได้ 2 ประตู ทำให้มีสถิติทำประตูในฟุตบอลโลก 14 ประตู เท่ากับ แกร์ด มุลเลอร์ อดีตดาวยิงเยอรมนี และตามหลัง โรนัลโด้ อดีตกองหน้าบราซิลแค่ 1 ประตู รวมทั้งมองว่า โธมัส มุลเลอร์ ไม่ควรได้ใบเหลือง ทำให้อดลงเล่นในเกมรอบรองชนะเลิศ

“ผมมีความสุขกับ มิโรสลาฟ ที่ทำได้ 2 ประตูในเกมนัดที่ 100 ในนามทีมชาติ เขาเล่นฟุจบอลในระดับที่สูงมาก และได้สร้างประวัติศาสตร์ ขณะที่ใบเหลืองของ มุลเลอร์ ผมเห็นว่าลูกบอลไปโดนต้นขา แล้วมือของเขาอยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น ผมว่าเป็นใบเหลืองที่มีคำถาม แต่ในอดีตเราสามารถหาคนที่มาแทนนักเตะอย่าง มุลเลอร์ ได้ และเราจะทำอย่างนั้นอีก ดังนั้นเราจะเดินหน้าต่อไป”

“มุลเลอร์”เชื่อเพื่อนพาเข้าชิง

ด้าน มุลเลอร์ กองหน้าวัย 20 ปี ที่โชว์ฟอร์มสุดยอดในฟุตบอลโลกหนนี้ หลังจากยิง 1 ประตูกับ ออสเตรเลีย, 2 ประตูกับอังกฤษ และอีก 1 ประตูใส่เยอรมนี เผยว่า เกมเอาชนะ อาร์เจนตินา เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ และเชื่อว่าเพื่อนรวมทีมคว้าชัยชนะในเกมรอบรองชนะเลิศได้ แม้จะไม่มีตัวเขาก็ตาม

“ทุกอย่างวิเศษสุด เราส่งอาร์เจนตินากลับบ้านด้วยสกอร์ 4-0 เราเป็นทีมหนึ่งเดียว ผมไม่สามารถพูดถึงเรื่องส่วนตัว เรามาด้วยกันสำหรับฟุตบอลโลกมันเยี่ยมมาก ผมหวังว่าเพื่อนร่วมทีมจะทำงานของพวกเขาสำเร็จในรอบรองชนะเลิศ แล้วนำผมจะกลับมายิงประตูได้อีก”

“เสือเตี้ย” ยอมรับความพ่ายแพ้

“เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา กุนซือทีมอาร์เจนตินา ออกมายอมรับว่า เยอรมนี เป็นฝ่ายครองเกมได้ทั้งหมด โดยเฉพาะประตูแรกที่โดนทำได้ตั้งแต่ 3 นาทีแรก ทำให้เกมเปลี่ยนไป

“เราศึกษาเยอรมนีมาอย่างดี รู้ว่าใครจะเล่นอย่างไร แต่ลูกเปิดจากด้านข้างครั้งแรกของเกมทำให้พวกเขาได้ประตู และนั่นคือสิ่งที่ทำให้แมทช์นี้มีความแตกต่าง เราทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายของพวกเยอรมัน พวกเขายิ่งมีความคิดสร้างสรร แล้วครองบอลได้ดีกว่าเดิม สร้างความได้เปรียบทุกครั้งที่มีโอกาส”

รับกำลังคิดถึงอนาคต

นอกจากนั้น กุนซือวัย 49 ปี ยอมรับว่า กำลังคิดถึงอนาคตของตัวเอง กับตำแหน่งโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินา แต่จะขอคุยกับครอบครัว และนักเตะเสียก่อน

“ผมยังคงภูมิใจกับการนำนักเตะเหล่านี้ และขอขอบคุณพวกเขาต่อหน้าสาธารณชน รวมทั้งทีมสตาฟฟ์ทั้งหมด เรารอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถึงตอนนี้ผมยังไม่คิดเกี่ยวกับการลาออก ผมต้องของคุยกับครอบครัว กับผู้เล่น มีหลายอย่างที่ผมต้องเอาไปพิจารณา”

แหล่งที่มา: คมชัดลึก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: