“มาร์ค”งงตร.คุมแกนนำนปช.สุขสบาย


นายก”อภิสิทธิ์”งง เห็นภาพแกนนำเสื้อแดงสุขสบาย สั่งตรวจสอบทันที ด้านตำรวจ ยันคุมตัวแกนนำแดงไม่สบายเหมือนภาพ แจง คุมตามข้อกม.พ.ร.ก. ลั่น เลิกพ.ร.ก.เมื่อไรเข้าคุกแน่ แจงภาพหราอยู่สบายเหตุยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการควบคุมตัว ขณะผบ.ค่ายนเรศวร แจงแยกคุมแกนนำ-ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

// //

(22พ.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะผอ.ศอฉ. และผู้นำเหล่าทัพเข้าร่วมการประชุมโดยเตรียมการชี้แจงถึงกรณีต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการจับกุมแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ซึ่งนายกฯได้สั่งให้มีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างรัดกุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้เมื่อนายกฯทราบข่าวและเห็นภาพที่แกนนำอยู่อย่างสุขสบายก็ให้มีการ ตรวจสอบและดำเนินการทันที

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงชี้แจงกรณีที่มีภาพออกเผยแพร่ว่า การควบคุมแกนนำนปช.ปล่อยปละละเลยให้แกนนำอยู่อย่างสุขสบายใน ห้องเดียวกันว่า เมื่อทราบข่าว พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนตรวจสอบแก้ไข ซึ่งตนได้ดำเนินการตรวจสอบแก้ไขเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงได้มอบให้พล.ต.ต.อำนวยมาแถลงข่าวไปแล้ว แต่วันนี้ยังมีภาพข่าวปรากฎทางสื่อมวลชนว่า ภาพความเป็นอยู่เป็นไปอย่างสุขสบาย แม้รูปดังกล่าวจะถ่ายเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อความเข้าใจอันดีจึงนำมาชี้แจงต่อประชาชนอีกครั้งว่า ในปัจจุบันการควบคุมแกนนำดำเนินการควบคุมถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการควบคุม และตามกฎมายที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจะนำภาพถ่ายการดำเนินการของเจ้าหน้าที่มานำเสนอต่อสื่อมวลชน

จากนั้นพล.ต.ท.วรพงพ์ ได้มีการเปิดภาพถ่ายอาคารที่ใช้ควบคุมตัวแกนนำ พร้อมกล่าวว่า ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นอาคารกองร้อยควบคุม เราดัดแปลงเป็นที่ควบคุม มีรั้วลวดหนามล้อมรอบตัวอาคาร ภายในดัดแปลงเป็นห้องควบคุมได้ 10 ห้องลักษณะคล้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในการควบคุมจะมีเจ้าหน้าที่ยามยืนควบคุมอยู่หน้าห้องและทางเดินในกรณี ที่แกนนำจะไปห้องน้ำเราจะมีเจ้าหน้าที่พาไป ในส่วนเครื่องมือสื่อสารจะไม่อนุญาตให้ใช้ แต่อาจมีข้อสงสัยจาก ประชาชนว่า ทำไมแกนนำไม่ถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ หรือทัณฑสถาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้ช่วยผู้บัญชาการนครบาล กล่าวว่า ในเรื่องข้อกฎหมายตามที่ปรากฏภาพในสื่อที่ระบุว่า แกนนำได้ไปอยู่บ้านพักรับรองนั้น ขอเรียนว่า เมื่อวันแรกที่ไปถึง สถานที่ควบคุมมีห้องควบคุม 10 ห้อง แต่มีผู้ต้องหาที่นำตัวมาจากราชประสงค์ ศาลาแดง ลุมพินี รวมประมาณ 40 คน ห้องควบคุมจึงไม่เพียงพอ เมื่อไปถึงจึงนำตัวแกนนำไปรวมที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งในเวลาเดียวกันกรมสอบสวนคดีเศษ กองปราบปราม และตนเดินทางติดตามเพื่อไปแจ้งข้อกล่าวหา  โดยทางดีเอสไอแจ้งข้อหาก่อการร้าย ทางกองปราบปรามไปแจ้งข้อหาบุกรัฐสภา ส่วนตนไปแจ้งข้อหาเรื่องสถาบัน ซึ่งได้ไปแจ้งในจุดเดียวกัน ประกอบกับเพิ่งเดินทางไปถึงมีญาติไปเยี่ยมภาพจึงออกเป็นเหมือนบ้านพักตาก อากาศ เหมือนได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ จนวันรุ่งขึ้นมีการนำตัวผู้ต้องหา 40 คนมาฟ้องศาล ห้องควบคุมจึงมีการจัดเป็นระบบ และมีเพียงพอ จึงได้นำแกนนำไปยังห้องควบคุมแยกจากกัน ทั้งนี้ยืนยันว่า เราดำเนินการตามมาตรฐานเหมือนผู้ต้องหาอื่น

“ ส่วนที่มีการถามว่า ทำไมไม่ควบคุมในห้องขังเหมือนผู้ต้องหาอื่น เพราะ ขณะนี้เราควบคุมตามอำนาจกฎหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งการควบคุม จับกุมตามหมายจับ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการจับกุมบุคคลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยที่จะก่อเหตุร้าย ไม่ใช่ควบคุมผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งในมาตรา 12 ของพระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เมื่อจับกุมได้แล้ว จะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ได้คราวละ 7 วัน หากมีความจำเป็นก็มาขออำนาจศาลควบคุมตัวต่อรวมกันแล้วไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้กฎหมายยังบัญญัติไว้ด้วยว่า ต้องควบคุมไว้ในสถานที่ที่กำหนด ซึ่งไม่ใช่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ที่คุมขัง และไม่ใช่ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ ซึ่งแปลว่า จะต้องควบคุมไว้ต่างหาก นอกจากนั้น ยังกำหนดต่อไปว่า จะต้องปฏิบัติต่อบุคคลนั้นในลักษณะเป็นผู้กระทำผิด หรือควบคุมแบบผู้ต้องหาไม่ได้ การควบคุมจึงต้องเบากว่าการควบคุมผู้ต้องหา

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า คำถามที่ตามมา คือ เมื่อไรจะเข้าห้องขังนั้น คือ เมื่อหมดอำนาจการควบคุมตามพ.ร.ก.คือ ครบ 30 วัน หรือถ้าไม่คบ คือ การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราจะนำผู้ต้องหามาควบคุมอย่างผู้ต้องหา คือ การเข้าห้องขัง หรือฝากขังที่ศาล เพื่อนำตัวเข้าเรือนจำ ซึ่งภาพที่ปรากฏ บางคนอาจไม่สบายใจ มีคนโทรมาถามตนว่า เป็นผู้ก่อการร้ายทำwมจึงอยู่สุขสบาย ความจริงเขาไม่ได้อยู่สุขสบาย เช่น ตนไปแจ้งข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แก่ เจ๋ง ดอกจิก เขาก็ตลกไม่ออก เพราะเขาไม่มีความสุข แววตาทุกคนเป็นกังวล และในขณะนี้ทางค่ายนเรศวรได้มีการแยกผู้ต้องหา ผู้ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว มีการรายงานแล้ว และรักษาการผบ.ตร.ส่งคนไปตรวจสอบ และทุกอย่างข้าระบบ มีการออกระเบียบ แม้แต่เครื่องมือสื่อสารที่มีการจำกัดการใช้ การเยี่ยมต้องเยี่ยมเป็นเวลา

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ในส่วนที่จะนำตัวมาฝากขังที่ศาลนั้น สมมุติว่า หากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน บุคคลเหล่านี้จะถูกนำตัวมาที่ศาล เพื่อมาฝากขังในคดีหลัก คนที่เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ฐานร่วมกันก่อการร้าย จะถูกฝากขังต่อศาลครั้งที่ 1,2 และ 3 จากนั้นจะเข้าเรือนจำ ส่วนแกนนำที่ยังหลบหนีอยู่นั้น เราไม่รอให้เขามามอบตัว เช่น อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง คงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน เพราะเป็นคนที่อาจก่อเหตุร้ายขึ้นมาได้ และหมายจับยังมีอายุความอยู่ หากพบเห็นที่ใดโปรดแจ้งตำรวจที่ใกล้เคียง เราจะดำเนินการทันที ทั้งนี้รักษาการบ.ตร.ได้ส่งทีมทากรตรวจค้นทุกจุดที่คาดว่า ไปหลบซ่อนอยู่

“ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ได้มีการตั้งค่าหัวแกนนำที่ยังหลบหนีหมายจับกุม โดยเฉพาะตัวของ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ดังนั้นตอนนี้ในทราบว่านายอริสมันต์อยู่ที่ไหนอยู่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้รับ ทราบ โดยเฉพาะประชาชนจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพราะขณะนี้นายอริสมันต์ มีคดีติดตัวร้ายแรง เกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุรุนแรงได้ ส่วนที่ตำรวจถูกมองในภาพลบเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนแกนนำคนเสื้อ แดงนั้น เรื่องนี้เจ้าหน้าที่จะต้องมีจิตสำนึก เจ้าหน้าที่คนไหนที่จะเป็นเหลือง เป็นแดง หรือ เป็นขาว ก็จะต้องอยู่ที่บ้าน เมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็จะต้องมีมาตรฐานเดียวคือจับกุมคนที่กระทำความจะ ต้องได้รับโทษ” พล.ต.ต.อำนวย กล่าว

ด้านพล.ต.ต.เทพ  อมรโสภิต ผู้บังคับการค่ายนเรศวร เปิดเผยกรณีมีภาพการคุมตัวแกนนำ นปช.อยู่สุขสบาย ว่า ภาพดังกล่าวน่าเป็นเครือญาติและทนายของแกนนำ นปช.ชุดที่สองที่เข้ามอบตัว อีกทั้งมีการนำตัวแกนนำทั้ง 8 คน และแนวร่วม นปช. อีก 36 คน รวม 42 คน มาควบคุมไว้ที่เดียวกัน จึงมีปัญหาเรื่องสถานที่ควบคุมตัวไม่เพียงพอและไม่มีห้องขัง เบื้องต้นต้องใช้สถานที่ภายในค่ายเท่าที่มีอยู่ แต่วันรุ่งขึ้นได้มีการนำนปช.ที่รับสารภาพ 32 คน ส่งฟ้องศาล จึงได้แยกการควบคุมกระจายออกไป โดยเฉพาะแกนนำได้แยกการควบคุมตัว ขณะที่ได้มีการออกระเบียบการควบคุมตัวและการเข้าเยี่ยมไว้แล้ว โดยอนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้วันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้นำกล้องหรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ เข้าเยี่ยมเด็ดขาด

ส่วนบรรยากาศที่ค่ายนเรศวรตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีการวางกำลังและจัด เรียงการเข้า-ออก อย่างเข้มงวด มีการตรวจค้นรถทุกคันที่เข้า-ออก พร้อมเครื่องมือตรวจวัตถุโลหะรถทุกคัน รวมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติผู้เข้าเยี่ยมไว้ที่บริเวณเต็นท์ด้านหน้าสำหรับ ผู้ขอเข้าเยี่ยม

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้หน่วยงานที่ดูแลแกนนำ นปช. ชี้แจงระเบียบข้อปฏิบัติในการควบคุมตัว  หลังมีภาพออกมาทางสื่อต่าง ๆ ซึ่งการควบคุมตัว จะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องหาอื่น ๆ.

ที่มา: คมชัดลึก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: