เอกชนเร่งประเมินความเสียหาย จี้รัฐถอนรากกบฎแดงก่อนเศรษฐกิจพัง


เอกชนเตรียมประเมินผลกระทบ และหามาตรการเยียวยา เสนอรัฐบาลช่วย หลังม็อบแดงคลั่งเผาเมือง ทำเศรษฐกิจไทยพังยับ แนะรัฐจัดการเด็ดขาด ห่วงขยายไปทั่วประเทศ จะยิ่งแย่ พร้อมขอให้เร่งทำความเข้าใจต่างชาติ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้านหอการค้าต่างประเทศชี้นักลงทุนส่อเผ่น บางรายมองถึงการย้ายฐานแล้ว

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้ชัดเจนในการดูแลไม่ให้การจราจลมีการขยายวง กว้างออกไป โดยเฉพาะต่างจังหวัด ไม่เช่นนั้น จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจมากขึ้น และหากสามารถดูแลสถานการณ์ให้สงบลงได้ภายใน 1-2 วันนี้ ก็จะทำให้สถานการณ์สงบได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นรัฐบาลและทุกภาคส่วนคงจะต้องมาหาทางเยียวยาระบบเศรษฐกิจของ ประเทศเป็นการด่วน

ทั้งนี้ ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการติดต่อที่จะเรียกกรรมการบริหารส.อ.ท.ชุดใหม่มาประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานภาค อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางการหามาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เพราะว่าการจราจลที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลง ทุนไทยค่อนข้างมาก

“กำลังคิดว่าจะหารือกับคณะกรรมการบริหารบางส่วนในวันนี้ (21 พ.ค.) ได้หรือไม่ แต่หากไม่ได้ วันที่ 24 พ.ค.ตามกำหนดเดิม จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารส.อ.ท.ชุดใหม่ครั้งแรกอยู่แล้ว ก็คงจะคุยกันเรื่องปัญหาการเมืองไทยและการเร่งเยียวยาเศรษฐกิจ”นายพยุง ศักดิ์กล่าว

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาครัฐบาลจะต้องเร่งเคลียร์ให้จบโดยเร็ว เพราะเอกชนมีความเป็นห่วงว่าหากมีการขยายและกระจายไปยังต่างจังหวัดจะทำให้ ควบคุมได้ยาก ดังนั้น รัฐบาลหรือศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะต้องดูแลในเรื่องของการขนอาวุธร้ายแรงหรือการมีอาวุธครอบครอง เพราะมองว่าปัจจุบันหาได้ง่ายเกินไป

“ปัจจัยการเมืองไทยจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนมากขึ้น หากการก่อเหตุความไม่สงบไม่ยุติลง ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้เร่งด่วน”นายสันติกล่าว

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท.กล่าวว่า สิ่งที่น่าห่วงคือปัญหาการเมืองจะยุติจริงหรือไม่ เพราะหากการก่อความวุ่นวายกระจายไปทั่วประเทศ แม้ว่าจะไม่ใหญ่โต แต่ก็จะทำลายความเชื่อมั่นไทยในระยะยาว ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ เวลานี้อย่าพูดถึงเศรษฐกิจเลย มันเลยเกินกว่าจะพูดแล้ว ทุกอย่างมันแย่มาก และหากรัฐบาลไม่สามารถยุติปัญหาได้โดยเร็ว ก็เท่ากับกลไกทางการเมืองคงพึ่งไม่ได้ ทุกส่วนของสังคมจะต้องมาร่วมมือกันหมด ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และส่วนตัวมองเลยไปถึงรัฐบาลแห่งชาติในการแก้ไขปัญหา

“การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเบื้องต้น เอกชนต้องการให้รัฐบาลนำเงินจากงบประมาณไทยเข้มแข็งที่วางเป้าหมายว่าจะใช้ เป็นเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยแบ่งเงินจากงบประมาณดังกล่าวขั้นแรก20,000 ล้านบาท มาตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ ที่กำลังจะได้รับผลกระทบ โดยอาจมีระยะเวลาชำระหนี้คืนให้ยาวนานมากขึ้นหรือลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ อย่าไปมัวรอสถาบันการเงินให้เข้ามาช่วยเหลือเหมือนที่ผ่านๆ มา”

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกระทบแน่นอน โดยสรท. จะเรียกผู้ประกอบการประเมินสถานการณ์และสรุปความเสียหายโดยเร็วที่สุด ภายหลังจากสามารถเปิดดำเนินการที่สำนักงาน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมนุมได้

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นได้ แต่ยอมรับว่ามีบริษัทที่เป็นสมาชิกหอการค้า ถูกเผาอาคาร และมีกิจการร้านค้าหลายแห่งต้องปิดกิจการไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งต้องรอข้อมูลจากผู้เสียหายและนำมาประเมินเพื่อหามาตรการช่วยเหลืออีก ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือเบื้องต้น ต้องการให้ภาครัฐช่วยดูแลปัญหาเงินทุน สภาพคล่องแก่ผู้เสียหาย รูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ สำหรับเป็นค่าก่อสร้างสถานที่ อาคาร รวมถึงใช้เป็นเงินหมุนเวียนดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันเสนอให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ยืดการชำระหนี้แก่ลูกหนี้ ที่ต้องปิดกิจการออกไปตามความเหมาะสม เช่น พักชำระหนี้ 6 เดือน 1 ปี หรือจนธุรกิจนั้นฟื้นตัว มีรายได้กลับเข้ามาจึงค่อยกลับมาผ่อนชำระ

ขณะที่ผลกระทบด้านแรงงาน ลูกจ้างของบริษัทที่ต้องปิดกิจการ ภาครัฐจะต้องเข้ามาเป็นแกนหลักในการช่วยเหลือ ทั้งการชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ที่ถูกพักงานหรือมีรายได้ลดลงจนกว่าจะได้งาน ใหม่ รวมถึงต้องส่งเสริมช่วยหาอาชีพให้กับผู้ที่ตกงานด้วย แต่มาตรการต่างๆ หอการค้าไทยจะนำไปร่วมหารือกับส.อ.ท. และสมาคมธนาคารไทย เพื่อกำหนดและจัดทำมาตรการในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณารอบเดียว

นายพรศิลป์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะต้องพยายามชี้แจงให้องค์กรระหว่างประเทศ คู่ค้าต่างชาติ รับรู้ถึงสถานการณ์ เหตุผลการสลายชุมนุม การใช้ความรุนแรง การตัดสินใจใช้กำลังของภาครัฐ และความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เพื่อให้ต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ในไทยได้อย่างถูกต้อง เพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้ทำลายความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันควรนำเสนอข่าวสารให้ครบรอบด้านเพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วย ส่วนแผนประชาสัมพันธ์เศรษฐกิจในระยะยาว รัฐอาจต้องเพิ่มจัดแผนโร้ดโชว์และกิจกรรมจูงใจ ให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน และซื้อขายในประเทศอีกครั้ง

ส่วนแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีทางเมือง เช่น การให้นายกรัฐมนตรีลาออก การยุบสภา หรือวิธีอื่นๆ ยังไม่เห็นด้วยในตอนนี้ เพราะด้วยสภาพบ้านเมืองที่วุ่นวาย ทุกฝ่ายควรจะหันหน้าร่วมกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะความวุ่นวายให้กลับสู่สภาวะปกติเสียก่อน หากไม่มีหัวเรือคอยบัญชาการตอนนี้ เชื่อว่าปัญหาจะลุกลามไปใหญ่ แต่เมื่อรัฐบาลสามารถดูแลความสงบ สร้างความมั่นคงกลับคืนสู่ชีวิตและสังคมได้แล้ว ก็อาจพิจารณาใช้วิธีทางการเมือง เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพื่อสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์กลับคืนสู่ประเทศได้

นายนานเดอดร์ จี ฟอน เดอ ลูเฮ ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย (JFCCT) กล่าวว่า เหตุการลอบวางเพลิงทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดภาพลบกับประเทศไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งกำลังวิตกว่าจะมีการปฏิบัติการณ์ของขบวนการใต้ดินต่อไปอีก ซึ่งรัฐบาลจะต้องควบคุมสถานการณ์นี้ให้ได้เร็วที่สุด เพราะจากผลกระทบของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นขณะนี้จะไม่มีนักลงทุนต่าง ชาติกล้าเสี่ยงเดินทางเข้ามายังประเทศไทย และพบว่ามีบางบริษัทที่กำลังตัดสินใจถอนการลงทุนจากไทยไปยังประเทศอื่นแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการลงทุนใหม่ และการเดินทางไปโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่น เพราะยังไม่ถึงเวลา อย่างไรก็ตามหวังว่าประเทศไทยจะกลับสู่ภาวะความสงบโดยเร็วที่สุด.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: