เสธ.แดงลาโลกแล้ว หลังแพทย์ระดมยื้อเต็มกำลัง 3 วัน


“เสธ.แดง” – พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เสียชีวิตแล้ว หลังการถูกลอบยิงเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค. หลังจากอาการโคม่าอยู่ 3 วัน และหลังจากแพทย์ยื้อชีวิตอย่างเต็มกำลังตลอดคืนที่ผ่านมา แต่สภาพร่างกายไม่ไหว
วันนี้(17 พ.ค.) ที่รพ.วชิระ เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล(รพ.วชิระ) กล่าวว่า หลังจากพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล มีอาการทรุดลง จากภาวะไตวายเมื่อวันที่ 16 พ.ค. คณะแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่ โดยพบว่า ผู้ป่วยไม่สามารถขับปัสสาวะได้ ทำให้ภาวะของเสียในร่างกายเพิ่มขึ้น เข้าสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน

คณะแพทย์ได้ทำการล้างไต ขณะที่ความดันยังไม่คงที่ตลอดทั้งคืน ทำให้ต้องใช้ยากระตุ้นความดัน  ไปทั้งสิ้น 700 หลอด ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณสูงมาก จนกระทั่งเช้าวันที่ 17 พ.ค. แพทย์ไม่สามารถวัดความดันผู้ป่วยได้ เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น แพทย์ช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ 55 นาที ร่วมกับการใช้ยากระตุ้นความดัน 17 หลอด จนเมื่อเวลา 09.20 น. พล.ต.ขัตติยะ ได้เสียชีวิตลง

“คณะแพทย์ได้ใช้ความพยายามยื้อชีวิตผู้ป่วยอย่างเต็มที่ แต่ผลจากกระสุนซึ่งได้ทำลายสมองทั้งหมด ทำให้อาการผู้ป่วยแย่ลงเรื่อยๆ โดยรวมเวลาอยู่ในวชิรพยาบาล ทั้งสิ้น 82 ชั่วโมง 30 นาที  หลังจากนี้แพทย์จะทำการชันสูตรศพตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยญาติจะเคลื่อนย้ายศพ ในเวลา 13.30 น. ไปยังวัดโสมนัสวรวิหาร เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไป  ซึ่งตลอดทั้งการรักษาญาติได้รับทราบความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและร่วมตัดสินใจ ด้วยตลอดเวลา โดยแพทย์สรุปสาเหตุการตายว่า เสียชีวิตจากอาวุธปืน”นพ.ชัยวัน กล่าว

นพ.ชัยวัน กล่าวว่า  สำหรับขั้นตอนการรักษาพล.ต.ขัตติยะ หลังจากถูกยิงเมื่อวันพฤหัส 13 พ.ค. ได้ถูกนำส่งรพ.หัวเฉียว หลังจากนั้น รพ.วชิระ ได้รับการร้องขอจากญาติให้รับ ผู้ป่วยเข้ามารักษาตัว ซึ่งดูจากอาการผู้ป่วย ค่อนข้างวิกฤตโอกาสรอดชีวิตน้อย โดยทำการย้ายมาในเวลา 23.50 น. โดยเข้าอยู่ในห้องไอซียูระบบศัลยกรรมประสาท โดยแพทย์ได้ทำการเอ็กซเรย์สมองด้วยคอมพิวเตอร์ พบว่า กระสุนเข้าทางกะโหลกบนด้านขวา ทะลุออกทางกะโหลกด้านล่างซ้าย  ซึ่งแรงกระสุนทำให้กะโหลกแตกและเศษกะโหลกเข้าไปอยู่ในเนื้อสมอง  ซึ่งที่กังวลขณะนั้น คือ เกรงว่าผู้ชุมนุมจะเข้ามาเผชิญหน้าและมีผลต่อผู้ป่วยคนอื่น แต่หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจ ก็ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

นพ.ชัยวัน กล่าวว่า  เมื่อรับ พล.ต.ขัตติยะ เข้ามารักษาอาการที่น่าห่วงคือ การแข็งตัวของเลือดอยู่ที่ 1.7 ซึ่งมากกว่าปกติ และมีปัญหาในเรื่องดังกล่าวมาตลอดที่ทำการรักษา ทำให้ทีมแพทย์รีบผ่าตัดในคืนวันพฤหัสทันที  โดยออกจากห้องผ่าตัดเวลา 03.30 น. หลังจากการผ่าตัดอาการยังอยู่ในภาวะวิกฤตพร้อมเสียชีวิตทุกนาที แต่ใช้ยากระตุ้นความดันลดลง แต่อัตราการแข็งตัวของเลือดอยู่ที่ 1.3 ดีกว่าก่อนผ่าตัด เมื่อเข้าสู่วันที่ 2 หลังการผ่าตัด อาการทั้งหมดคงตัว แต่เมื่อเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ค. ความดันเริ่มไม่คงที่ ต้องใช้ยากระตุ้นความดันมากขึ้น และปัสสาวะน้อยลง จนไม่สามารถขับของเสียได้  ทำให้เข้าสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน  แพทย์ทำการช่วยเหลือโดยการล้างไต จนความดันไม่สามารถวัดได้ และเสียชีวิตในที่สุด  ในส่วนของการรักษารวมแล้วแพทย์ใช้เม็ดเลือดแดงเข้มข้น 17 หน่วย พลาสม่า 23 หน่วย ส่วนประกอบของเลือดที่ช่วยในการแข็งตัว 7 หน่วย ความเข้มข้นของเลือด 18 หน่วย และยากระตุ้นความดัน 650 หลอด

นพ.ชัยวันกล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนต่อไปคือ ญาติจะมารับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโสมนัสฯ เย็นนี้

นพ.จรูญศักดิ์ นวลแจ่ม หัวหน้าภาควิชานิติเวช วชิรพยาบาล กล่าวว่า  หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตแพทย์จะพักศพเพื่อสังเกตุตามขั้นตอนหลังเสียชีวิต 2 ชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนย้ายมาทำการชันสูตรพลิกศพ  โดยได้แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สน.สามเสน ตามกฎหมายเพื่อร่วมชันสูตร  โดยแพทย์จะทำการเก็บหลักฐาน เพื่อนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบคดีต่อไป แต่ไม่ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องประสานกันเอง  โดยเมื่อดูจากลักษณะบาดแผลคาดว่า จะเป็นอาวุธความเร็วสูง

นพ.สมเกียรติ วงศ์สุริยนันท์ หัวหน้าภาควิชาประสาทศัลยแพทย์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ และหัวหน้าคณะผ่าตัด กล่าวว่า การผ่าตัดค่อนข้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ป่วยมีปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ และสมองบวม เมื่อดูจากการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ไม่พบว่ามีเศษโลหะค้างอยู่ในกะโหลก มีเพียงเศษกะโหลกที่เกิดจากแรงทำลายของอาวุธ ทำให้ตกค้างอยู่ในสมอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นพ.ชัยวัน  ได้นำภาพของพล.ต.ขัตติยะ ตั้งแต่การนำส่งตัวมาจาก รพ.หัวเฉียว รวมทั้งภาพฟิลล์เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง แสดงรอยของทางเข้าและออกของบาดแผล และลักษณะของอาการภายหลังการถูกยิงที่เกิดขึ้น มาให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย

จากนั้นเมื่อเวลา 10.55 น. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทย์ ผู้กำกับสน.สามเสน ได้เดินทางมาร่วมชันสูตรพลิกศพกับทางโรงพยาบาล โดยได้เตรียมกำลังสายตรวจไว้ หากมีกรณีที่มีประชาชนเดินทางมาที่โรงพยาบาลจำนวนมากแล้ว


สำหรับประวัติของพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดงนั้น เป็นชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2494 เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ ร.อ.สนิท สวัสดิผล และนางสอิ้ง สวัสดิผล จากจำนวนพี่น้อง 4 คนซึ่งเป็นหญิง 3 คนและชาย 1 คน

จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนศรีวิกรม์ การศึกษาด้านการทหาร จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 11, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 22 และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 63 ได้เรียนต่อปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปี 2528 ปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปี 2539 ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำเร็จการศึกษาปี 2545 ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จการศึกษาปี 2547 และจบปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ UNIVERSITY OF NORTHERN PHILIPPINES สำเร็จการศึกษาปี 2551

ประวัติการรับราชการ พล.ต.ขัตติยะ เข้ารับราชการครั้งแรกในกองพันทหารราบที่ 4 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และเติบโตมาในสายทหารม้า เคยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2543 เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในช่วงปี 2529 เป็นนายทหารติดตามของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเคยเป็นนายทหารคนสนิทของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: