“มาร์ค” ปัดโรดแมปนิรโทษอาญาแดง ให้ DSI สอบ 2 คดีต่อ หวัง 6 เดือนชาติสงบ


นายกฯ ตอบทุกเม็ด!! แจ้ง ครม.ทำแผนปรองดองแก้ความแตกแยก ชี้ แดงยุติม็อบบ้านเมืองสงบก็เลือกตั้ง 14 พ.ย.ได้ โยนแกนนำตัดสิน ยันไม่นิรโทษกรรมคดีอาญา ให้ดีเอสไอเดินหน้า 2 คดียักษ์ต่อ เชื่อ เจ้าหน้าที่เริ่มรู้ใครก่อการร้าย เตรียมเข้าสอบอาวุธหลังเลิกชุมนุม ชี้ สอบข้อเท็จจริงเหตุปะทะ 6 เดือน คงพอ ขณะแก้กติกาไหนด่วนก็ทำก่อน จ่อจัดสมัชชาปฏิรูปประเทศ 20 พ.ค.แนะทุกฝ่ายต้องร่วมกัน เชื่อ พรรคร่วมไร้ปัญหา ลั่นมีอำนาจสั่งยุบสภา แนะคนผิดรับโทษ ขู่แดงไม่ยอมรับเจอจับแน่ ยันไม่ต้องลงสัตยาบัน พร้อมแจง ปชป.6 พ.ค.นี้ ชี้ “แม้ว” โผล่แค่ดับลือตาย หวัง 6 เดือนชาติสงบ


วันนี้ (4 พ.ค.) ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงขั้นตอนดำเนินการหลังเสนอแผนปรองดอง แห่งชาติ ว่า เบื้องต้นเราก็ยังไม่ทราบว่าทางแกนนำผู้ชุมนุมมีท่าทีที่ชัดเจนหรือยัง และมีท่าทีอย่างไร แต่ตนได้พูดชัดว่า ขบวนการปรองดองที่ได้นำเสนอเป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะทำตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และวันนี้ ตนได้แจ้ง ครม.ว่า แม้การทำกระบวนการนี้เป็นเรื่องที่เราเชิญชวนทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามา แต่รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง หน่วยงานราชการต่างๆ ต้องถือเป็นวาระสำคัญ ที่จะต้องทำโดยเร่งด่วน เพราะตนถือว่า การเร่งแก้ปัญหาความแตกแยกเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด อย่างที่เรียนไปถ้าในส่วนนี้ทางกลุ่ม นปช.ยุติการชุมนุม และบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ทุกคนทำหน้าที่ได้ตามปกติ มาช่วยกันกำกับดูแลในเรื่องต่างๆ ซึ่งไม่ทำให้เกิดความแตกแยก รัฐบาลก็จัดให้มีการเลือกตั้งได้ ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ถ้าเขาไม่มาร่วม เราก็เดินหน้าตาม 5 ข้อ แต่เชื่อว่า ทุกอย่างขลุกขลัก และไม่มีความชัดเจน ว่า บรรยากาศ หรือสถานการณ์ที่เหมาะสม ที่จะเลือกตั้งจะเป็นเมื่อไร ฉะนั้นแนวทางที่รัฐบาลเดิน จะเป็นไปตามแนวทางนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ นปช.จะต้องตัดสินใจ

เมื่อถามว่า เงื่อนไขออกมาเป็นสิ่งที่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ คุกคาม ซึ่งรัฐบาลเคยยืนยันมาตลอดว่า ไม่ควรเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองในไทยหรือเปล่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอย่างนั้น ถ้าหลายคนจำได้ ตนพูดมาเสมอตั้งแต่ปีที่แล้วว่า การยุบสภามันมีเวลาที่เหมาะสมของมัน ตนเคยพูดไว้ 3 เงื่อนไข คือ 1.เรื่อง เศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้กรอบเวลาที่ตนพูดหมายถึงกระบวน การงบประมาณเดินได้ตามปกติ ตนก็มั่นใจตามพอสมควรว่า ถ้างบประมาณเดินได้ตามปกติ บ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจปีนี้แม้จะได้รับผลกระทบก็เพียงช่วงประมาณเดือนเมษาฯ พฤษภาฯ เท่านั้น ประกอบกับ 3 เดือนแรกเศรษฐกิจดีเกินคาด ฉะนั้น เงื่อนไขการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ยังเป็นไปตามที่เคยพูด 2.เรื่องของกติกา ขอเรียนว่า มีความเห็นที่ยังแตกต่าง หลากหลายกันมาตลอด และกระบวนการในเรื่องนี้ ก็หาจุดลงตัวไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องอยู่ที่แผนตามข้อ 5 ที่จะไปทำกระบวนการและมีความชัดเจนออกมาว่า จะเอายังไง แต่ก็สามารถจะหาข้อยุติได้ใน 6 เดือนข้างหน้า 3.เรื่องของความสงบ เชื่อว่า ถ้าเรามี 6 เดือนที่ไม่มีการชุมนุมเคลื่อนไหวต่อต้าน ขัดขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายต่างๆ ก็จะเป็น 6 เดือนที่แตกต่างจากระยะเวลาปีกว่าๆ ที่ผ่านมา มันเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเลือกตั้งได้ ตรงนี้เป็นจุดยืนที่ตนพูดมาแต่ต้น แม้แต่ในช่วงที่มีการเจรจา ตนก็พูดไว้เป็นเงื่อนไขระยะเวลาประมาณปลายปี ฉะนั้นตนถือว่าอันนี้เป็นการ ตัดสินใจของตนในแง่ของสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับบ้านเมือง ถ้าตนจะไปจำนนมันก็ต้องเป็นเรื่องที่เราต้องยุบสภาทันที 15 วัน 30 วัน

เมื่อถามว่า แม้ไม่มีการชุมนุม แต่ไม่มีหลักประกันอะไรว่า การวินาศกรรมที่คู่ขนานกันมาตลอดจะยุติ การลงพื้นที่หาเสียงจะมีความปลอดภัย สำหรับตัวนายกฯ และคนอื่นๆ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วินาศกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่าง น้อยที่สุดคดีอาญาทั้งหมดไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเดินหน้าโดยเฉพาะคดีหลักๆ ใน 2 เรื่อง เป็นเรื่องที่ดีเอสไอได้รับ เข้าไปดูแลแล้ว และเขาจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะในขบวนการปรองดองนั้นเราไม่พูดถึงเรื่องการนิรโทษกรรมใครในทางอาญาทั้ง สิ้น จะยกเว้นแต่กรณีที่ประชาชนธรรมดาเดินทางเข้าไป ในที่ชุมนุมช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหลักมีหมายจับ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามปกติต่อไป ส่วนเหตุการณ์ใน 6 เดือนข้างหน้า ต้องดูว่า ขบวนการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม ยังมีอยู่หรือไม่ แต่ตนเชื่อว่า คดีที่เราได้เริ่มต้นแล้ว และ มีการจับกุม มีการค้นพบอาวุธ ได้ทราบชัดเจนมากขึ้น ว่า เครือข่ายการก่อการร้ายเกี่ยวกับใครบ้าง ก็น่าจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานในเรื่องนี้ได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อถามว่า จะมีหลักประกันให้กับผู้ชุมนุมถ้ารับเงื่อนไข นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการรับเงื่อนไข จะต้องมีวิธีการบริหาร การยุติการชุมนุมนั้นหมายถึง ต้องดูเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนที่เดินทางกลับ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐก็จำเป็นต้องตรวจสอบในเรื่องของอาวุธเพื่อให้เกิด ความปลอดภัย เกิดความมั่นใจกับทุกฝ่าย เมื่อถามต่อว่า เงื่อนไข 5 ข้อจะมีวิธีการไหนที่จะสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าไล่จากเรื่องเฉพาะ เรื่องการสอบสวน หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์คิดว่า 6 เดือนเพียงพอ กติกาทางการเมืองเรื่องไหนที่เป็นเรื่องเร่งด่วนก็ทำก่อน เรื่องไหนไม่เร่งด่วนก็ตกลงกันได้ ไปรอหลังการเลือกตั้งได้ส่วนกระบวนการเรื่องของสื่อ และเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง และกรณีการแก้ปัญหาโครงสร้างไม่มีใครสามารถทำเสร็จได้ใน 6 เดือน แต่สิ่งที่เราจะสร้างขึ้นมาคือ กลไกและกระบวนการที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง เฉพาะในเรื่องนี้วันที่ 12-13 พ.ค.จะมีการประชุมของคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน และได้มีการประสานกับภาคประชาสังคมในการมาทำข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการของ การปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปสังคม ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดสมัชชาในวันที่ 20 พ.ค. และข้อเสนอเหล่านี้จะนำไปสู่การเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ในเรื่องย่อยๆ ต่างๆ เช่น ปัญหาที่ทำกิน หนี้สิน โอกาส และความยากจน

เมื่อถามว่า จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้เมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบเลยว่าการชุมนุมจะยุติหรือไม่แต่ตนเรียนได้ว่า พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ยังต้องมีอยู่อีกระยะหนึ่ง เช่น การบริหาร การยุติการชุมนุม จะต้องมีการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย ทั้งเรื่องของบุคคล และเรื่องของสถานที่ ฉะนั้น ตรงนี้จำเป็นกลไกที่จะต้องทำขึ้นมาในเรื่องของสื่อไม่ให้มีปัญหา เรื่องการปลุกระดม ปลุกปั่นก็ต้องสามารถทำงานได้ ไม่เช่นนั้นแล้วถ้ายกเลิกไป หากมีการปลุกปั้นกันอีกจะมีปัญหา อย่างปีที่แล้วพอ เหตุการณ์ยุติลงก็มีเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไข 5 ข้อที่รัฐบาลเสนอไป จะมั่นใจได้อย่างไรว่าท่าทีของนปช.จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด นายกฯ กล่าวว่า เรากำลังพูดถึงคนจำนวนมากที่หลากหลาย แต่ตนคิดว่า มันคงจะไม่ยากเกินไปที่จะรู้ว่าอะไรที่เป็นขบวนการ เป็นระบบ หรืออะไรซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะมีปัญหาควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งตนยืนยันว่า ในกระบวนการปรองดองทุกข้อ เช่น ปัญหาการล่วงละเมิดสถาบัน จะไม่พอที่แต่ละฝ่ายจะบอกว่า ผมไม่เกี่ยว ฉันไม่เกี่ยว ทุกคนต้องมาช่วยกันทำ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะมาแก้ไขกันอย่างไร เช่น สมมุมติว่า มีสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ชัดเจน มีชื่อบุคคลว่า ใครรับผิดชอบบ้างทุกฝ่ายก็ต้องมาช่วยกัน รวมทั้งนปช.ด้วย ตกลงสื่อนี้เกี่ยวข้องกับ นปช.หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ชื่อ นปช.ยูเอสเอ ตกลงเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับ นปช.ถ้าเกี่ยวก็แสดงว่า คุณไม่เข้าสู่ขบวนการปรองดอง ถ้ามีพฤติกรรมที่ชัดเจน ถ้าไม่เกี่ยวคุณก็ต้องให้ความร่วมมือกับเราในการจัดการ นี้คือ ตัวอย่างของเงื่อนไขที่ต้องเป็นไปในลักษณะนี้

เมื่อถามว่า จะมั่นใจท่าทีการตัดสินใจที่เด็ดขาดของ นปช.ได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นระบบของเขาตนไปก้าวล่วงไม่ได้ เหมือนกับที่ผ่านมา การบริหารการชุมนุมเขาก็ต้องบริหารของเขาไป ตนคิดว่าสังคมดูออกว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยใน 5 ข้อที่เสนอหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา แผนที่เสนอก็เสนอในนามรัฐบาล ต่อข้อถามที่ว่า อะไรที่ทำให้นายกฯถึงยอมร่นระยะเวลาลงมาจาก 9 เดือน มาเป็น 6 เดือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเมินจากสถานการณ์และสิ่งที่ต้องดำเนินการ ตนคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจก็ได้อธิบายไปแล้ว เรื่องกติกาประเด็นอยู่ที่ว่า ถ้าไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนก็จะไม่หาข้อยุติกันพูดง่ายๆ ส่วนเรื่องความสงบ ถ้าสงบ 6 เดือนต่อเนื่อง ตนก็ว่า มันนานกว่าทุกช่วงระยะเวลา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของ นปช.เรียกร้องพรรคร่วมรัฐบาลต้องมาแถลงยืนยันด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น

“เพราะอำนาจการยุบสภาไม่ได้เป็นของ ครม.แต่เป็นของนายกฯที่จะขอนำขึ้นทูลเกล้าฯ” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า นปช.ยื่นข้อเสนอว่าจะต้องเปิดพีทีวี วิทยุชุมชน และสื่อของเสื้อแดงทั้งหมด นายกฯ กล่าวว่า เมื่อกลไกที่มาดูแลเรื่องสื่อเรียบร้อยก็จะสามารถดำเนินการได้ตามข้อ 3 เมื่อถามต่อว่า หากแกนนำนปช.รับข้อเสนอปรองดอง ถ้ากลับบ้านก็จะถูกล็อคตัวหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ระบุว่าถ้าเจอซึ่งหน้าก็สามารถล็อคตัวได้เลย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเขาสามารถจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมได้ เมื่อถามย้ำว่า หากเจ้าหน้าที่เจอตัวสามารถจับกุมได้เลยใช่ไหม นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าเขาคงจะบริหารไม่ให้เกิดความวุ่นวาย แต่ทุกคนความรับผิดทางกฎหมายเป็นอย่างไรก็ยังเป็นเช่นนั้น สิทธิตามกฎหมายมีเช่นไรก็ยังมีเช่นนั้น ในส่วนของรัฐบาลคิดว่า ไม่มีรัฐบาลชุดไหนอยู่ไม่มีอายุที่สิ้นสุดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ทำไมไม่อยู่ให้ครบวาระ แล้วท่านจะตอบคำถามคนที่ไม่ต้องการให้ท่านยุบสภาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่าได้เรียนไปแล้วว่า ขบวนการปรองดอง คงไม่มีใครที่จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างตามใจชอบจริงๆ ก่อนจะมีการชุมนุมตนก็ส่งสัญญาณมาโดยตลอด โดยเห็นว่า การยุบสภาเป็นจุดที่อาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องเป็นในเวลาที่เหมาะสม ฉะนั้น สิ่งนี้ถือเป็นจุดยืนของตนมาโดยตลอด ตนก็เข้าใจและเห็นใจคนที่อยากจะให้เห็นการที่มีรัฐบาลอยู่ครบวาระ และยืนยันว่า การตัดสินใจของตนเองอยู่บนหลักการที่เคยพูดมาโดยตลอด ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะทำให้เสียหลัก ในเรื่องของนิติรัฐและไม่มีการนิรโทษกรรมทางอาญา ใครมีความผิดทางกฎหมายอย่างไร ก็จะต้องมีการจัดการ

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจหรือไม่ว่า ขบวนการปรองดองแห่งชาติ 6 เดือนจะเป็นคำตอบสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่มีอะไรเรื่องการต่อรอง ตนคิดว่า เป็นการนำเสนอที่ครบถ้วนในตัวของมันเอง ถ้าตอบรับก็ตอบรับ ถ้าไม่ตอบรับก็ไม่ตอบรับ ตนนึกไม่ออกว่า สังคมจะปล่อยให้เป็นเรื่องของการมาเจรจาต่อรองอะไรกันอีก เพราะคิดว่า สิ่งที่ตนได้พูดไป ก็ได้สดับรับฟังจากทุกฝ่ายแล้ว แม้กระทั่งคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมเองยังยอมรับว่า เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม เมื่อถามว่า ถ้า นปช.ไม่ตอบรับจะทำอย่างไร นายกอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง นปช.เห็นด้วยกับแผนโรดแมป ควรต้องมีการลงสัตยาบันร่วมกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันไม่ต้องลงสัตยาบันหรอก การแถลงต่อสาธารณะมันผูกมัดทุกอย่างอยู่แล้วในตัว และตนก็ได้อธิบายเงื่อนไขต่างๆ อย่างชัดเจน ตอนนี้มันจะมีเรื่องรายละเอียดเท่านั้น เพราะแต่ละข้อจะต้องมีบุคคลมีกลไกเข้ามารับผิดชอบ ดังนั้น จะต้องฟังและช่วยกัน และเร่งจัดตั้งขึ้นมา

เมื่อถามว่า กกต.ระบุ 14 พ.ย.เลือกตั้ง แต่ทางกกต.อยากให้นายกฯสรุปให้ชัดเจนวันที่จะมีการยุบสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เราอย่าไปทำเรื่องให้มันสลับซับซ้อนขึ้นอีก เป้าหมายของเราคือเลือกตั้ง 14 พ.ย.เมื่อถามต่อว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดโรดแมปของนายกฯ ตรงนี้เป็นความคิดของท่านเพียงคนเดียวหรือเป็นมติพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่มติพรรค

“อันนี้ผมยอมรับ แต่ผมคิดว่าในหลักของการตัดสินใจ และบริหารสถานการณ์ ผมได้ทำความเข้าใจกับสมาชิกของพรรคในระดับหนึ่ง ส่วนท่านประธานที่ปรึกษาฯ ผมยังไม่เห็นรายละเอียดให้สัมภาษณ์ แต่ที่สรุปออกมา 2 เรื่อง คือ 1.ท่านไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาในลักษณะที่เป็นการจำนนต่อการกดดัน ซึ่งผมได้อธิบายแล้วหลักการยุบสภา กรอบเวลาที่ผมคิดมันเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมพูดมาก่อนหน้านี้ 2.ท่านไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรคดีอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอยู่แล้ว ฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่า รายละเอียดท่านพูดอย่างไร แต่ถ้า 2 เรื่องนี้ไม่ได้ขัดอะไรกับสิ่งที่ผมตัดสินใจไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นปช.ถือว่า ความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นไปในแนวทางเดียวกับนายกฯหรือไม่ ถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้นายกฯรับแผนโรดแมปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่า จะนิรโทษกรรมให้กับแกนนำ นปช.นายกฯ กล่าวว่า ทำไม ขณะนี้เขามีหมายจับอยู่กระบวนการก็เดินต่อ และหมายจับต่างๆ ที่ออกไปเป็นคดีอาญาทั้งสิ้น มีการดำเนินคดีตามปกติ สิทธิและหน้าที่ของเขาตามกฎหมายของเขาเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น และในกระบวนการเมื่อเข้าไปแล้วก็จะต้องเข้าไปสู่กระบวนการที่เป็นดุลพินิจ ของศาลอย่างนี้เป็นต้น เราก็ต้องเคารพการตัดสินของศาล

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจหรือไม่การตัดสินใจในทางบริหาร วันนี้ พรรคจะยอมรับกับการตัดสินใจ นายกฯ กล่าวว่า ตนมั่นใจ แต่ในพรรคก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น แต่เป็นเรื่องที่ตนมั่นใจ เพราะการพูดคุยกับหน่วยงานสถานการณ์ต่างๆ กับเพื่อนสมาชิกในพรรคก็ทำอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นเรื่องปกติว่า ความคิดเห็นต่อสถานการณ์มันมีหลากหลาย ซึ่ง ส.ส.ก็รับฟังความเห็นจากคนที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นบางคนอาจสับสนบ้าง บางคนอาจจะเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้างเป็นเรื่องปกติ ถึงเวลาประชุมพรรควันพฤหัสบดีที่ 6 พ.ค.ตนก็จะไปประชุมเพื่ออธิบาย

เมื่อถามว่า คิดอย่างไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาปรากฏต่อสาธารณะในช่วงเวลานี้ นายกฯ กล่าวว่า ก็คงอยากจะพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นไปตามข่าวลือ และเป็นการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ ยังมีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่า ในส่วนของแกนนำผู้ชุมนุมได้มีการติดต่อประสานหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะประชุมครม.มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์อยู่ตลอด ถ้าการชุมนุมจะมีการยุติก็ต้องมีการบริหารขั้นตอนเพื่อประโยชน์ในความ ปลอดภัย กรณีการยุติการชุมนุมได้มีการมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการเมือง ส่วนฝ่ายประจำได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ กรณีการยุติการชุมนุทั้ง 2 ท่านนี้ต้องเป็นผู้ประสานงานจัดการยุติการชุมนุม ออกจากที่ชุมนุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่มีปัญหาเรื่องของความไม่ปลอดภัย ส่วนข้อกล่าวหาที่หนัก-เบาต่างกัน ก็จะเป็นดุลพินิจของศาลต่อไป เช่นเมื่อมีการควบคุมตัวแล้วจะได้รับการประกันหรือไม่ ตรงนั้นจะเป็นปัจจัยที่ศาลใช้ในการตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เราจะหวังอะไรได้หลังจากนี้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ตนก็คงมีความหวังไม่ต่างอะไรจากประชาชนคนไทยทั่วไปว่า

“อันนี้จะเป็นการฝ่าวิกฤตจากวิกฤตที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่ง วันนี้อาจจะมีความรู้สึกว่า มีความรู้สึกว่ามีโอกาสแล้ว อาจจะผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังไม่ทราบว่าท่าทีสุดท้ายของนปช.จะเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่า ถ้าผมตั้งไว้ภายใน 6 เดือนถ้าทุกอย่างสงบเรียบร้อยจริงก็ได้กำชับไปแล้วว่า เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลในการแก้ปัญหาพื้นฐานของความแตกแยกทั้ง หมด ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า ถ้าความสุขชั่วคราวกลายเป็นทุกข์หนักของประเทศชาติ และประชาชน นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่พวกเราทุกคนว่า “ในที่สุดจะเป็นความสุขแค่ชั่วคราวหรือไม่ แต่ผมก็มีหน้าที่ที่จะไม่ให้มันเป็นอย่างนั้น และแน่นอนผมก็ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของผม” เมื่อถามต่อว่า การแก้กติกาเลือกตั้งดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ของนักการเมืองไม่กี่คน จะตอบคำถามประชาชนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้อธิบายแล้วว่า ถ้าจริงๆ ตนจบแค่ 4 ข้อ มันก็เป็นคำตอบกับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในวงกว้าง แต่ตนคิดว่า วันนี้ถ้าเราไม่ยอมรับความขัดแย้งอีกส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาของนักการเมืองกัน เอง ถ้าเราไม่เผชิญตรงนั้น คำตอบมันก็ไม่ครบ ส่วนว่าการดำเนินการตามข้อ 5 จะใช้วิธีการอย่างไรก็กำลังเปิดทางเลือกอยู่ประมาณ 2 ทาง แล้วจะตัดสินใจว่ากลไกในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนที่สุดการที่จะหาข้อยุติในเรื่องนี้ที่จะเกี่ยวข้องกับนักการเมือง โดยตรงต้องมีคำตอบให้กับสังคมด้วย ไม่ใช่เรื่องที่ว่านักการเมืองไม่ต้องสนใจกับความต้องการของสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเรื่องนี้จะไม่ล่มกลางคัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ผู้จะสนองข้อเสนอแล้วครับ และเป็นการตัดสินใจของเขา และตนได้เรียนแล้วว่า ถ้าเขาตอบรับเป็นอย่างไร ไม่ตอบรับเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร เมื่อถามว่า นายกฯจำเป็นต้องรอการตัดสินใจของ นปช.ไปนานแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก็ดูเห็นด้วยได้มีการพูดถึงวันฉัตรมงคล ซึ่งเป็นวันมงคล.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: