“สุเมธ” อัญเชิญพระราชดำรัสฯพีระมิดหัวกลับ ใครมีอะไรก็เทใส่ท่าน


เปิดคำสั่งศาลแพ่ง ชี้ “มาร์ค – เทือก” สั่งทหารสลายม็อบเสื้อแดง 10 เม.ย. ไม่ผิด ระบุ มีเหตุจำเป็นต้องทำให้บ้านเมืองสู่ภาวะปกติ เหตุผู้ชุมนุมทำประชาชนเดือดร้อน แต่กำชับหากสลายครั้งต่อไปต้องทำตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก

วันนี้ ( 23 เม.ย.) ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ข้อหาละเมิด ขอให้ศาลกำหนดวิธีคุ้มครองชั่วคราวห้ามจำเลยรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ กำลังทหารที่มีอาวุธเข้าไปทำการสลายการชุมนุมของประชาชน ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์โดยเด็ดขาด แต่หากจำเป็นต้องสลายการชุมนุมให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกมา เพื่อการสลายการชุมนุมโดยเฉพาะ และใช้วิธีการที่เป็นไปตามขั้นตอนหลักสากล

ตามคำร้องโจทก์อ้างว่า พวกจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ ออกคำสั่งให้ทหารพร้อมอาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ประชาชนผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวม 20 คน รวมถึงช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น 1 คน และทหาร 5 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน หลังเกิดเหตุพวกจำเลยยังคงใช้วิธีการสลายการชุมนุม ด้วยการให้ทหารพร้อมอาวุธเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ต่อไป อีก โจทก์จึงขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งว่าคำสั่งของจำเลยทั้งสองที่สั่งสลายการ ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน เป็นคำสั่งและวิธีปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยโจทก์นำพยานที่เป็นผู้ชุมนุมที่อยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เมษายน จำนวน 2 ปาก เข้าไต่สวน

ศาลพิเคราะห์คำฟ้องประกอบข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ว่า โจทก์เป็นหนึ่งในแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในนาม นปช. โดยชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เป็นต้นมา ที่บริเวณผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา ต่อมาวันที่ 3 เมษายน โจทก์และผู้ชุมนุมบางส่วนเคลื่อนย้ายไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์และวันที่ 7 เมษายน จำเลยที่ 1 โดยความเห็นชอบของ ครม.ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีจำเลยที่ 2 เป็น ผอ. ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน จำเลยทั้งสองร่วมกันออกคำสั่งให้ทหารจำนวนมากเข้าไปในบริเวณพื้นที่สะพาน ผ่านฟ้าและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยประกาศว่าเป็นการขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม ซึ่งวันดังกล่าวเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกำลังทหารและประชาชนผู้ชุมนุม ซึ่งกำลังทหารใช้ปืนยิงกระสุนยาง ระเบิดแก๊สน้ำตา ฯลฯ ปรากฏว่ามีประชาชนและทหารเสียชีวิต รวม 25 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุที่จะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ตามคำร้องของโจทก์หรือไม่เห็นว่า การที่โจทก์และผู้ร่วมชุมนุม ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะบริเวณสี่แยกราชประสงค์และพื้นที่ตั้งแต่ถนนราชดำริ ถึงแยกศาลาแดง ถนนพระราม 1 ถึงห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เป็นการกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคม การใช้ยานพาหนะของประชาชนโดยทั่วไปย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจสำคัญ เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อการประกอบอาชีพ การดำรงชีวิตปกติสุขของประชาชน รวมทั้งจำกัดเสรีภาพการเดินทางส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงมีเหตุจำเป็นที่จำเลยทั้งสองต้องใช้มาตรการขอคืนพื้นที่ได้หรือที่โจทก์ เรียกว่าการสลายการชุมนุม เพื่อให้สังคมกลับสู่สภาวะปกติและเกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้น ที่โจทก์ขอให้ศาลห้ามจำเลยทั้งสองใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมโดยเด็ดขาดจึง ไม่มีเหตุผลเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการดังกล่าวเป็นเหตุให้มีทหารและประชาชนเสียชีวิต จำนวน 25 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แม้ขณะนี้ยังไม่อาจทราบได้ว่าเป็นผลจากการกระทำของฝ่ายใด แต่การที่มีทหารและประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากและปัจจุบันยังปรากฏว่า มีการชุมนุมของ นปช.อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว และน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองอาจออกคำสั่งใดๆแก้ไขสถานการณ์ชุมนุม จึงมีเหตุเพียงพอที่ศาลจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้แก่โจทก์ได้

ศาลจึงมีคำสั่งว่าหากจำเลยทั้งสองกระทำการใดๆในการขอคืนพื้นที่หรือ สลายการชุมนุมให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความเหมาะสม มีลำดับขั้นตอนตามหลักสากล ทั้งนี้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: