ครม.อนุมัติเงินเยียวยาผู้รับผลกระทบ10เม.ย.


ครม. อนุมัติเงินเยียวยาผู้รับผลกระทบเหตุปะทะ 10 เม.ย. – ปรับปรุงภาษีโรงเรือน 2 ฉบับ หวังกระจายรายได้อปท. นายกฯ ชี้ บิ๊กจิ๋ว-สมชาย ขอเข้าเฝ้าฯ ทำให้เห็นว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 เม.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 20 เมษายน 2553 ว่า ที่ประชุมได้หารือ 2 เรื่องใหญ่ คือ เรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ได้รายงานสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน พร้อมกันนี้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เสนอให้ครม.เห็นชอบ การชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในวันที่ 10 เมษายน ที่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันในวันที่ 7 ต.ค. 2551 และวันที่ 13 เม.ย. 52

ส่วนเรื่องที่สองครม.เห็นชอบหลักการการกระทำกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่ง ปลูกสร้าง ซึ่งเป็นภาษีที่รัฐบาลปรับปรุงภาษีปัจจุบัน 2 ฉบับ คือ ภาษีโรงเรือนกับภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งมีจุดหมุ่งหมายทำให้เกิดความเป็นธรรมในการกระจายถือครองที่ดิน และทำให้มีการพัฒนาที่ดินรกร้าง รวมถึงเป็นแหล่งรายได้สำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ใช่รัฐบาลกลาง ซึ่งการดำเนินการจะทำตามขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมกับจัดทำประชาพิจารณ์ ขณะเดียวกันภาษีตัวนี้จะมีข้อยกเว้นในส่วนของเกษตรกรที่ถือครองที่ดินด้วย การทำการเกษตรในที่ดินของตนเอง ส่วนที่อยู่อาศัยขนาดเล็กก็จะได้รับการยกเว้นจากภาษีตัวนี้ อย่างไรก็ตาม ภาษีดังกล่าวจะนำไปสู่การจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งรัฐจะสามรถจัดหาที่ดินเพื่อจัดสรรให้กับผู้ไม่มีที่ดินทำกิน โดยเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจ ในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จะประสาน เพื่อขอเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยุติความขัดแย้งในเวลานี้ว่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเชื่อว่า เสียงสะท้อนที่ออกมาจากสังคมน่าจะตรงกันคือ ความไม่เหมาะสมในความพยายามดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ตนคิดว่า เป็นสิ่งที่หลายคนคลางแคลงในเจตนาของผู้พูดอยู่แล้วและเท่ากับสองท่านนี้ แสดงตัวเป็นหัวหน้าของขบวนการเกิดขึ้นทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาถึงจุดนี้เป็นเพราะบางคนยุติวันที่ 20 พ.ค. 2535 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนคิดว่าแต่ละเหตุการณ์มีข้อเท็จจริงและที่มาที่ไป รวมถึงสภาวะแวดล้อมไม่เหมือนกัน ดังนั้นความพยายามที่หยิบยกเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้วนำมาเชื่อมโยง ทำให้เกิดความสับสนหรือชี้นำให้เกิดบางสิ่งบางอย่าง ตนอยากให้ประชาชนได้ระมัดระวังในการใช้วิจารณญาณในข้อเสนอ หรือความพยายามเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถูกปูทางไว้ เพื่อดึงสถาบันลงมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปตอบเช่นนั้น แต่ตนยืนยันว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของตนเมื่อคืนที่ผ่านมา คงไม่ใช่เหตุบังเอิญ เนื่องจากมีการเชื่อมโยงหลายอย่างก่อนหน้านนี้ เช่น ตัดต่อคลิปเสียง รวมถึงความพยายามเป้าหมายในการเคลื่อนไหว มีหลายสิ่งที่บ่งบอกว่า ไปไกลเกินกว่าเรื่องการยุบสภา หรือเรื่องการเมืองเฉพาะหน้าหรือที่เกี่ยวข้องกับตนและรัฐบาล

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี พยายามให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า เวทีคนเสื้อแดงก้าวข้ามตัวเขาไปแล้ว ซึ่งความเป็นจริงมองอย่างไร หรือพ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่เบื้องหลัง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคิดว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนในปัจจุบันมีความหลากหลาย และบางประเด็นเป็นข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม และเป็นประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องประชาธิปไตย ตนคิดว่าตั้งแต่ต้นไม่ได้จำเป็นต้องผูกโยงกับพ.ต.ท.ทักษิณ ข้อเรียกร้องเหล่านี้ถือว่ามีเหตุมีผล และแยกออกมาได้ จากปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ข้อเรียกร้องหรือการเคลื่อนไหวอีกหลายส่วนยังผูกพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น ความพยายามช่วงชิงอำนาจรัฐ คำพูดที่เกี่ยวกับรัฐไทยใหม่ หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยังมีความเชื่อมโยงกัน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า คนที่มารวมตัวกันที่มีความหลากหลายในขณะนี้มีการพัฒนาของตัวมันเอง แต่ขณะนี้ตนไม่สามารถตอบได้ว่า ก้าวพ้นหรือก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณแล้วอย่างไร

เมื่อถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้อยู่ในหัวเลี้ยงหัวต่อของความพยายามที่จะมีการเปลี่ยนแปลง กับระบบการปกครองหรือไม่ รัฐบาลเท่าทันเรื่องนี้แค่ไหน อภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐและเจ้าหน้าที่ด้านความั่นคงชี้มาตลอดว่า สถานการณ์ขณะนี้มีการเรียกร้องในการเมืองเป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดที่มีการชู ประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ได้ยืนยันแล้วว่า มีขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการเปลี่ยน ถือว่าไปไกลกว่านั้น จึงได้มีความพยายามขอความร่วมมือจากประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จะต้องแยกกลุ่มคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการออกให้ได้ ทั้งนี้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความชัดเจนว่า ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากขบวนการเป็นสิ่งที่เรายอมไม่ได้ เราต้องเร่งดำเนินการ

ถามว่า การตัดสินใจทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าเป็นเรื่องการยุบสภาหรือลาออกที่ไม่เลือกเพื่อแก้ไขปัญหา เป็นเพราะอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สรุปง่าย ๆ การตัดสินใจอย่างที่ว่า คงไม่แก้ไขปัญหา แต่สิ่งหนึ่งตนคิดว่า ประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดกับการจำนนต่อข้อเรียกร้อง ก็เพราะเห็นว่า ทำให้สูญเสียการเป็นนิติรัฐ และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบ้านเมืองที่จะใช้กฎหมายในอนาคต รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คงไม่สามารถทำให้ความแตกแยกยุติได้ โดยเฉพาะขบวนการที่ไปไกลกว่าที่พูดถึงตนและรัฐบาล

ทั้งนี้ข้อเรียก ร้องของประชาชนที่เป็นความเดือดร้อน และความเป็นธรรม รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ไข ส่วนที่เป็นปัญหาด้านการเมืองรัฐบาลไม่เคยปิดกั้นตั้งแต่การเจรจา ซึ่งฝ่ายการเมืองต้องพิจารณาร่วมกันต่อไป แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับก่อการร้ายหรือวาระที่อาจไปไกลถึงเรื่องการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ดี เรามีความจำเป็นแก้ไขโดยร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายการเมืองความมั่นคง

เมื่อถามว่า ที่ประชุมครม.วันนี้ ได้มีการพูดถึงการยุบสภาเพื่อหาทางออกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าถามว่ายุบสภาต้องถามว่ายุบเมื่อไร ตนคิดว่า วันนี้ไม่มีใครเห็นว่าการยุบสภาทันทีเป็นคำตอบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าหากสามารถดำเนินการตามที่ตนกล่าวไปแล้วทำให้เกิดการยอมรับ ในเรื่องกติกา และทำให้บรรยากาศเอื้อต่อการเลือกตั้ง ตามวิถีทางประชาธิปไตย และเลือกตั้งที่สงบ ไม่เป็นการปิดกั้นในอนาคต แต่รายละเอียดที่จะดำเนินการเป็นสิ่งสำคัญมากว่า ขณะนี้มีหลายคนเสนอทางออกหลากหลาย โดยเฉพาะยุบสภาหรือลาออก แต่เป็นเรื่องการปฏิรูป

ทั้งนี้เราต้องจัดลำดับความสำคัญ นอกจากนี้การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการนำความสงบ การมีกติกาที่ตกลงกันได้ หรือการแก้ไขปัญหาที่เป็นพื้นฐานที่เป็นที่มาของความขัดแย้งเป็นลำดับที่สอง ส่วนลำดับที่สามเป็นเรื่องปัญหาทางการเมืองทั่วไป ซึ่งขั้นตอนอาจเป็นยุบสภาหรือลาออกก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับเวลาที่เหมาะสม แต่จะต้องทำเรื่องที่หนึ่งกับสองให้เสร็จก่อน

รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาให้ได้ เพราะถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำ ทั้งนี้ผมได้ขอความร่วมมือจากประชาชนว่า การปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่มีแผนและกำหนดแนวทางต่าง ๆ อยู่ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นผลค่อนข้างเร็ว แต่ต้องคำนึงถึงความเสียหายกับความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะพยายามทำให้ดีและเร็วที่สุด ขอให้โอกาสเจ้าหน้าที่และไม่อยู่ภายใต้การกดดันมากเกินไป

ทั้งนี้รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงเชื่อมั่นว่า จะสามารถรับมือกลุ่มก่อการร้ายที่มีการยกระดับขึ้นมาได้ คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการจะรักษาระบบ และต้องการรักษาความเป็นบ้านเมืองที่มีเขื้อมีแปรไว้ให้ลูกหลาย เราพยายามแยกคนส่วนหนึ่งที่หลงไปอยู่ในขบวนการที่ไม่มีเป้าหมายเช่นเดียวกับ คนคิดไม่ดี แยกเค้าออกมาให้ได้

หากเราขีดเส้น เจ้าหน้าที่จะทำงานได้ยากลำบาก ผมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่และรัฐบาลไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ยืดเยื้อ แต่ต้องขอให้เจ้าหน้าที่อิสระจากการทำงานพิสมควร ไม่ใช่กดดันหรือบีบคั้นเกินไป หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป แรงกดดันก็จะมีมากขึ้นตามธรรมชาติ

เมื่อถามว่า เจ้าของธุรกิจบริเวณราชประสงค์หากไม่พอใจ ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเกรงว่า สถานการณ์จะรุนแรงชึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราได้ทำความเข้าใจ รวมถึงแนวทางที่รัฐบาลจะสามารถเยียวยาแก้ไขปัญหา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการหยุดยั้งหรือเผยแพร่ข่าวสารในลักษณะการปลุกระดม ยั่วยุให้เกิดการแตกแยก ในเรื่องการสื่อสารลดลงไปมาก ขณะนี้พื้นที่จำกัดอยู่ที่ราชประสงค์ ในปัจจุบันจำกัดพื้นที่อยู่ ส่วนจะตรงใจคนไหมทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองสงบ นาทีนี้ ชั่วโมงนี้ แต่ในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าไม่ ง่ายดั่งใจ ขณะนี้ เห็นว่า มีการเตรียมอาวุธ ตั้งแต่ไม้เหลาจนแหลม น้ำกรด และระเบิด ฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องสามารถรับมือด้วยความมั่นใจ ทั้งนี้การทำงานของรัฐบาลตามภารกิจ 4 ประการ ขณะนี้เรื่องสื่อสำเร็จแล้ว ที่ไม่ใช่ลักษณะของการรายงานที่เป็นเครื่องมือปลุกระดม ส่วนเรื่องคดีความ กลไกของคดีพิเศษก็ได้เข้ามาจัดการอยู่ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่า ไม่ทันใจคน แต่เห็นข้อจำกัดต่างๆ หลายคนมีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นว่า มีความละเอียดและสับซ้อนกว่าที่คิด

ถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ มีความจำเป็นต้องยกระดับ พรก.ฉุกเฉิน เป็นกฎอัยการศึกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจของกองทัพ เพราะผู้มีอำนาจตามกฎอัยการศึกเป็นกองทัพ ทั้งนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องขยาย พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ตามต่างจังหวัด แต่การทำงานในต่างจังหวัดมีการติดตามอยู่ โดยเฉพาะกอ.รมน.เป็นผู้ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวในต่างจังหวัดที่อาจ เชื่อโยงกับการชุมนุมนี้ ส่วนภาคประชาชนได้มีการสื่อสารและเข้าใจดีถึงความต้องการของการแสดงออก แต่ให้มีการระมัดระวัง ไม่ให้เป็นเหยื่อสร้างเงื่อนไขในการปะทะกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนไป ปิดล้อมโรงพยาบาลศิริราช นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พื้นที่บางแห่งได้ประกาศชัดว่า เราไม่ยอมโดยเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการวางกำลังและวางแผนชัดเจนอยู่แล้ว

ส่วนที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเทียบเท่ากับเหตุกาณ์สมัยคอมมิวนิสต์หรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะมีความแตกต่างหนักเบา แต่เรื่องที่หนักเป็นเพราะปัจจุบัน ความพร้อมสิ่งที่เขานำมาต่อสู้และสภาพพื้นที่ที่เลื่อนไหว อาจมีความยากลำบาก เช่น อยู่ใจกลางเมือง แต่มีอาวุธสงครามอยู่ แต่คิดว่าไม่หนักหนาสาหัส เหมือนยุคนั้นเพราะมั่นใจว่า ประชาชนที่ตัดสินใจมาร่วมกับขบวนการ เมื่อทราบข้อเท็จจริงว่า เป็นลักษณะของก่อการร้ายด้วยเป็นจำนวนน้อย เพราะคำตอบของปัญหาเรื่องความเป็นธรรม หรือเดือดร้อน ทุกภาคส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับก่อการร้ายก็ไม่ตอบสนองด้วยอยู่แล้ว.

ที่มา: คมชัดลึก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: