หุ้นไทยเดินหน้าสู่800จุด


ดัชนีหุ้นไทยร้อนทุบสถิติ 21 เดือน ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องช่วงชี่วโมงแรกวันนี้ (31 มี.ค.) ทะยาน 7.44 จุดมาอยู่ที่ 796.24 มูลค่าซื้อขายเกือบ9 พันล้านบาท นักลงทุนลุ้นเดินหน้าแนวต้านแรกที่ระดับดัชนี 800 ก่อนอ่อนตัวลงเล็กน้อยในชั่วโมงที่สองที่ดัชนี 795

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติลุยซื้อต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้เกือบ 5 หมื่นล้านบาท โดยที่หุ้นพลังงานแรงอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้น ด้านโบรกเกอร์แนะจับตาการเมืองเงินทุนไหลเข้าอีกระลอก

ทั้งนี้ ดัชนีทะยาน 17.40 จุด มายืน 788.80 จุด ทำสถิติสูงสุดรอบ 21 เดือน

ส่วน บลจ.เอ็ม เอฟซี ยืนยันไม่ได้ใช้วายุภักษ์พยุงหุ้น มองตลาดดีเน้นลงทุนระยะยาว พร้อมขยับพอร์ตกองหุ้นลงทุนเต็มที่ 100% หลังเห็นเงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง ประเมินดัชนีปีนี้ 830 จุด

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวานนี้ (30 มี.ค.) ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะในช่วงบ่ายดัชนีหุ้นขึ้นไปสูงสุดที่ 792.14 จุด ก่อนที่จะแผ่วลงมาปิดที่ 788.80 จุด บวก 17.40 จุด โดยเป็นดัชนีสูงสุดในรอบ 21 เดือน มูลค่าการซื้อขาย 2.34 หมื่นล้าน บาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิอีก 1.29 พันล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 575.41 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 250.45 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1.6 พันล้านบาท

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ รองผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2 ดอลลาร์ เพราะเงินดอลลาร์ อ่อนค่าลง

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่ง มอบเดือน พ.ค. ที่ตลาดนิวยอร์ก ปิดตลาดที่ราคา 82.17 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.17 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ซึ่งเริ่มเห็นชัดเจนว่ามีแรงซื้อเข้ามาในช่วงภาคบ่าย

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูการเมืองในประเทศว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะมีแนวทางออกไปในทางไหน ถ้าหากมีการชุมนุมใหญ่ อาจจะเป็นปัจจัยที่กดดัน ถ้าดัชนีไปถึง 800 จุด อาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมา เพื่อลดความเสี่ยงของนักลงทุน

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ดันราคาหุ้น หรือ Window Dressing เพื่อปิดงบการเงินงวดบัญชีไตรมาสแรก เนื่องจากพบว่าราคาหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาทิเช่น หุ้นพลังงาน โดยแรงซื้อนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องประมาณ 25-26 วันทำการ แต่แรงซื้อเริ่มลดน้อยลง จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา

สำหรับแนวโน้มของดัชนีในวันนี้ (31 มี..) อยู่ในแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศค่อนข้างที่จะสดใส ขณะเดียวกัน ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเป็นแนวโน้มบอกต่อการลงทุนในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตา Fund Flow ของ ต่างชาติ และปัจจัยการเมืองภายในประเทศ

เอ็มเอฟซียันไม่ได้ใช้วายุภักษ์พยุง หุ้น

ด้านนายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้บริหารกองทุนวายุภักษ์ กล่าวว่า กองทุนวายุภักษ์ไม่ได้เข้าไปไล่ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตามที่มีกลุ่มการ เมืองระบุ โดยตั้งแต่หุ้นปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้ วายุภักษ์ยังไม่ได้ซื้อหรือขายหุ้นใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากกองทุนมีลักษณะการลงทุนระยะยาว ไม่ได้ซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น ดังนั้น เมื่อมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพอร์ตรายวัน

ในส่วนของพอร์ตการลงทุนของ บลจ.เอ็มเอฟซี ก็เช่นกัน หลังจากผ่านวันตัดสินคดียึดทรัพย์เมื่อวันที่ 26 .. 2553 มาแล้ว 2 วัน เริ่มเห็นสัญญาณเงินต่างชาติไหลเข้ามาตลาดหุ้นเอเชียและไทยจำนวนมาก ทำให้กองทุนตัดสินใจลงทุนหุ้นเต็ม 100% ของพอร์ต จากเดิมที่ถือเงินสดอยู่เพียงเล็กน้อย โดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าลงทุนในไทยนั้น ไม่เพียงแต่เข้ามาลงทุนในหุ้นเท่านั้น ยังไหลเข้าซื้อตราสารหนี้ด้วย

“ปัจจุบันโบรกเกอร์หลายแห่งมองว่า ดัชนีหุ้นจะสามารถปรับตัวเกิน 800 จุด ได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ของธนาคารพาณิชย์ จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ยวันละ 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินลงทุนในระยะยาว โดยขณะนี้ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินเดีย เป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุด เนื่องจากนักลงทุนเลี่ยงการเข้าลงทุนในจีน เพราะกังวลการออกมาตรการเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ อีกทั้งขณะนี้ โบรกเกอร์ต่างประเทศ ต่างเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยมากขึ้นทำให้เงินเข้ามาต่อเนื่อง”

นายศุภกร กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติได้โยกเงินออกมาจากกองทุนตราสารตลาดเงิน ในสหรัฐประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ และปัจจุบันยังมีเงินอีกจำนวนมากในกองทุนนี้ โดยไหลเข้ามาในหุ้นไทยประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา ยังกลับมาไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ยังไม่เท่ากับตอนที่เงินต่างชาติถอนออกไปจากหุ้นไทยประมาณ 1.6-1.8 แสนล้านบาท ส่วนสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ตลาดหุ้นไทยก็ยังไม่ถึง 12 เท่า ขณะที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลที่สูง จึงยังดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุน อีกทั้งต่างชาติได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทยช่วงพยุงภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเอาไว้ อยู่

“อย่างไรก็ตาม มองว่าเม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามา แม้จะมีกำไรจากค่าเงินและหุ้นบ้างแล้ว แต่ส่วนหนึ่งก็มีนักลงทุนต่างชาติที่เป็นกลุ่มนักลงทุนระยะยาว จึงเชื่อว่าหุ้นไทยคงไม่ปรับตัวลงแรง แต่ลงเพื่อปรับฐานคงเห็นบ้าง หากมีประเด็นหรือปัจจัยอะไรออกมา อาจทำให้นักลงทุนชิงทำกำไรออกมาก่อน แต่หากดูแง่ปัจจัยพื้นฐานประเมินดัชนีอยู่ที่ 830 จุด”

นายศุภกร กล่าวว่า สิ่งที่กังวลและต้องติดตามคือไตรมาสที่ 2/2553 นี้ ธนาคารกลางของหลายประเทศอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง อาทิเช่น อินเดียและมาเลเซีย ส่วนเกาหลีใต้ ยังคงดอกเบี้ยเอาไว้ เนื่องจากเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่ ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของหลายประเทศ อาจทำให้ต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับของไทยที่ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ส่งสัญญาณแล้วอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ซึ่งอาจเห็นในปลายไตรมาสที่ 2/2553 จากเดิมมองไว้ครึ่งปีหลังหรือประมาณเดือน ก..หรือ ส.. 2553 ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบาย (R/P วัน) อยู่ที่ 1.25% หากขึ้นอีก 0.25% และรอบต่อไปหยุดขึ้นก็คงไม่ น่ากังวล เพราะเป็นการปรับขึ้นเพื่อสะท้อนภาพเศรษฐกิจ แต่ถ้าขึ้นแล้วขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนที่ต้นทุนสูงขึ้น การเติบโตอาจลดลงได้เช่นกัน

“สำหรับการลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้ใน ปัจจุบันผลตอบแทนลดลงต่อเนื่อง แต่เมื่อปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นผลตอบแทนในสกุล เงินบาทแล้ว ผลตอบแทนจากการไปลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้ก็ยังสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตร รัฐบาลไทยที่อายุเดียวกันอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามหาการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุน เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงไปในการลงทุนที่มีความหลากหลายมากขึ้นเช่นเดียว กัน”

ที่มา: suthichaiyoon online

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: