ส้วม-เสียงล้อมวัด…’ราชนัดดาฯ


เนื่องจากเป็น “วัด” ที่ตั้งอยู่เกือบจะเรียกได้ว่า “ใจกลางม็อบ” ทำให้วัดราชนัดดารามวรวิหารต้องเผชิญกับมลพิษด้านเสียงและกลิ่นอย่างเลี่ยงไม่พ้น

วัดราชนัดดาฯ กำลังได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ต่างอะไรกับชาวชุมชนป้อมพระกาฬหลายสิบครัวเรือน ทั้งเรื่องคลื่นเสียงจากเวทีปราศรัยใหญ่ ที่เสียงดังแผดตลอดทั้งวันทั้งคืน และกลิ่นสิ่งปฏิกูลจากส้วมน็อกดาวน์ที่รายล้อมอยู่รอบวัด จนรบกวนการปฏิบัติกิจของสงฆ์และความเป็นอยู่ของผู้คนรายรอบวัด

ตลอดแนวกำแพงรั้วฝั่งตรงข้ามลานเจษฎาบดินทร์ของวัดราชนัดดาฯ จะปรากฏส้วมน็อกดาวน์ หรือสุขาเคลื่อนที่ชั่วคราวอยู่รายล้อมไปตามกำแพงวัด ส่วนอีกด้านถูกกั้นด้วยถุงปุ๋ยที่เลาะตะเข็บแผ่ออกเย็บต่อเป็นผืนใหญ่ ขึงกั้นใช้แทนฝาผนังเป็นที่อาบน้ำอาบท่าของกลุ่มผู้ชุมนุม ห่างออกไปอีกฝั่งกำแพงเป็นศาสนสถานสำคัญ ทั้งโบสถ์ วิหาร และโลหะปราสาท ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ ยังมีกุฏิสำหรับปฏิบัติศาสนกิจและจำวัตรของพระสงฆ์ในวัดอีกจำนวนหนึ่ง

ในกุฏิปูนชั้นเดียวริมกำแพงค่อนไปท้ายวัด “พระราชเมธี” เจ้าอาวาสวัดราชนัดดาฯ กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์ช่องเอ็นบีทีที่เสนอข่าวความเคลื่อนไหวของ 1,800 ชุมนุมในกรุงเทพฯ ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิชุมชนด้วยการเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคารพสิทธิของคนกรุง ด้วยการงดใช้เครื่องขยายเสียงยามวิกาล และเปิดการจราจรในบางเส้นทาง

ระหว่างนั่งดูข่าวแม้จะเร่งเสียงทีวีให้ดังสักเท่าไร สองหูของท่านเจ้าคุณก็ยังสดับเสียงจากเวทีปราศรัยใหญ่ได้อย่างชัดเจน เหมือนกับไปนั่งฟังอยู่หน้าเวทีก็ไม่ปาน คลื่นเสียงกระแทกกระทั้นผ่านอากาศ ชำแรกผ่านฝาผนังปูน บางจังหวะทำให้พื้นไม้กระดานสะเทือน พระราชเมธีถึงกับเปรยว่า เสียงดังมาก เครียดจนนอนไม่หลับ

“หลวงพ่อเครียดจะตาย เมื่อคืนนอนไปแค่ชั่วโมงครึ่ง ได้ยินหมดทุกคำพูด หลวงพ่อรู้สึกสงสารชาวบ้านที่มานอนตามฟุตบาทนะ ตอนเขาเดินขบวนกันก็เอาร่มไปแจกชาวบ้าน 20-30 คัน เพราะอากาศร้อนมาก ปัญหานี้รัฐบาลต้องแก้ด้วยการเจรจา การด่ากันไม่เกิดประโยชน์ บางวันพวกเขาก็บอกจะตีหัวนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาเลือดมาล้างตีน ด่ากันแรงมาก” พระราชเมธี กล่าว

เจ้าอาวาสและพระภิกษุในวัดราชนัดดาฯ ต้องเผชิญกับคลื่นเสียงเช่นนี้ติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แม้จะไม่ได้รังเกียจ แต่พระสงฆ์องค์เจ้าในวัดนี้ก็ยอมรับว่าต่างก็นอนไม่หลับกันมาหลายคืนแล้ว

“หลวงพ่อได้ยินทุกวัน พวกเขาด่าอภิสิทธิ์ ด่าป๋าเปรม ไม่ดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ พอนายกฯ จะไปดูพวกเสื้อแดงก็ไปล้อมเขา เขาจะรู้เห็นปัญหาได้อย่างไร คนพวกนี้เห็นคนอื่นไม่ดีหมด ดีแต่พวกเขา หลวงพ่อนะสงสารประชาชนกว่า 60 ล้านคน จะเอาพวกนี้เป็นใหญ่ได้อย่างไร ต้องมองที่สังคมโดยทั่วไป คนที่ไม่ออกมาชุมนุมเป็นคนทั่วประเทศ หลวงพ่อได้ยินพวกเขาพูดแบบนักการเมือง ซึ่งมันไม่มีสัจจะ ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น” พระราชเมธีมองสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

นอกจากปัญหาเรื่องเสียงที่ค่อนข้างส่งผลต่อการปฏิบัติกิจของสงฆ์แล้ว ยังมีปัญหาเรื่องของกลิ่นจากห้องส้วมน็อกดาวน์ที่รายล้อมอยู่รอบวัดด้วย ทุกวันนี้เริ่มส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่รบกวนสมาธิภิกษุสงฆ์สักเท่าไรนัก ด้วยคิดตกปลงตกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ที่ต้องกิน ต้องขับถ่าย และต้องนอนหลับ

วิธีหลีกหนีความวุ่นวายเหล่านี้ของพระราชเมธีกับพระรูปอื่นๆ คือ การนั่งสวดมนต์ภาวนาและทำสมาธิ แต่กระนั้นก็ต้องเลือกทำตอนดึกสงัด ในยามที่เวทีปราศรัยเปิดเครื่องกระจายเสียงดังอึกทึกครึกโครม ในใจก็ทำสมาธิเจริญสติ คิดคำนึงถึงโยมพ่อผู้ให้กำเนิด โยมแม่ผู้เกิดเรามา ถ้าไม่มีพ่อแม่แล้วเกิดไม่ได้ แม่ให้รูปร่างเรามา แต่ไม่ได้ใส่อารมณ์เรามา พอโตขึ้นมาเป็นผู้ชาย มีบ้านมีช่อง อะไรๆ ก็เป็นของเรา เวลาตายไปไม่พาอะไรไป แม้แต่ร่างกาย เราถูกความหลงมันครองงำ พอตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ ต้องรู้จักพอ !

แต่ก่อนจะเดินทางมาถึงขั้นนี้ พระราชเมธีเองก็กระทบกระทั่งกับกลุ่มเสื้อแดงด้วยเช่นกัน เรื่องมีอยู่ว่า…แรกๆ ที่มาปักหลักชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีผู้ชุมนุมนำถังน้ำขนาดใหญ่มาตั้งกีดขวางทางเข้าหน้าประตูวัด จนรถผ่านเข้าออกไม่ได้ การ์ดเสื้อแดงเองก็ใช้กิริยาไม่เหมาะสม จนพระราชเมธีต้องเรียก ผกก.สน.สำราญราษฎร์ มาช่วยเคลียร์ปัญหา

“หลวงพ่อไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่อย่ามานักเลงกับหลวงพ่อ ทำการเมืองก็ทำไป หลวงพ่อทำการวัด อย่ามากระทบกัน”

นอกจากเรื่องถังน้ำขวางประตูวัดแล้ว ยังมีผลกระทบต่อคนที่เข้ามาเช่าหาวัถตุมงคลในวัดราชนัดดาฯ ด้วย เป็นที่รู้กันว่าที่นี่จะมีแผงเช่าพระและวัตถุมงคลแหล่งใหญ่ ที่ผ่านมามักมีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาหาเช่าพระเครื่องและวัตถุมงคลไปบูชาจำนวนมาก แต่ปัจจุบันลดจำนวนลงทันตาเห็น นอกจากจะเดินทางไม่สะดวกแล้ว ยังกลัวจะเกิดการกระทบกระทั่งและเหตุรุนแรงจากมือที่สามด้วย

ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลให้การก่อสร้างท่อน้ำทิ้งภายในวัดราชนัดดาฯ พลอยชะงักตามไปด้วย เนื่องจากคนงานเองก็ไม่เข้ามาทำงาน แถมรถราที่แวะเวียนเข้ามาทำธุระที่วัดก็พลอยลำบากไปด้วย

“รถมันเข้าออกลำบาก จะเดินทางมาก็ยาก คนงานขุดฝังท่อแรกๆ ไม่กล้ามาทำงาน พระเองก็ต้องทำงาน ไม่ใช่อยู่วัดกินแล้วนอนเฉยๆ ต้องทำงานเหมือนกัน” เจ้าอาวาสวัดราชนัดดาฯ กล่าว

ก่อนกราบลาเย็นวันนั้น พระราชเมธี ทิ้งพุทธคติเตือนให้คนไทยได้สำนึกหาทางออกร่วมกัน บุคคลควรตั้งใจฟังจึงได้ปัญญา นี่ไม่ฟังใครเลย คนอื่นผิดหมด พวกเขาถูกฝ่ายเดียว ต้องยอมหันหน้ามาคุยกันหน่อยนะ จะยืนยันต้องยุบสภาท่าเดียว แต่คนอีก 60 ล้านคนยังไม่ได้พูด ไม่มีใครเกิดมาไม่เคยผิดพลาด สามารถแก้ไขได้ ส่วนคุณทักษิณ ชินวัตร ศาลตัดสินว่าจริง ควรจะหยุดนิ่งได้แล้ว ถ้ามีสัจจะปัญหาทุกอย่างแก้ไม่ยาก นี่ไม่ยอมฟังกัน ไม่มีสัจจะ อยากให้เขาหันหน้ามารอมชอมกัน 2 ฝ่าย แต่จะมีใครมาช่วยพูดล่ะ เพราะตอนนี้ไม่มีใครฟังกันเลย

ส่วนเรื่องพระสงฆ์ที่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเสื้อแดงด้วยนั้น ท่านเจ้าคุณว่าเป็นพระต้องทำหน้าที่อยู่ในวัด แต่นี่เหมือนพระมาหางานทำ พระในพุทธศาสนาควรอยู่ในที่ตั้งของตน ญาติโยมหลายคนก็มาบอกถึงกิริยาของพระสงฆ์ที่เสีย “อาจาระ” คือ ความประพฤติที่แสดงออกทางกายวาจาไม่เหมาะสม จึงไม่สามารถรับเข้ามาพักพิงในวัดเป็นการชั่วคราวได้ เมื่อเป็นพระวัดไหนก็ควรกลับไปที่วัดนั้น

“ที่มีคนกล่าวอ้างว่า 1,800 ชุมนุมในกรุงเทพฯ ที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นเสื้อเหลืองปลอมตัวไปร่วมชุมนุม หลวงพ่อว่าคนกรุงเทพฯ เขาไม่เอาทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดงหรอกนะ เอามันกลางๆ ถามว่ากระทบคนกรุงเทพฯ ไหม มันกระทบนะ” พระราชเมธี เจ้าอาวาสวัดราชนัดดาฯ กล่าวทิ้งท้าย.

ที่มา- คมชัดลึก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: