เกมพลิก สังคมกดดันหนัก ระวัง“ทักษิณ” คลั่งสั่งลุยเละ


ไม่ว่าใครก็ตามที่ติดตามข่าวสารทั้งก่อนและระหว่างการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคน เสื้อแดงในสังกัดของ ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.จนถึงวันนี้ (16 มี.ค.) จะพบว่าท่าทีจากคนกรุงเทพฯรวมไปถึงคนไทยส่วนใหญ่ ทั้งที่สะท้อนออกมาทางผลสำรวจต่างๆทุกสำนัก และจากการสังเกตปฏิกิริยาโดยตรงจะพบว่า ล้วนมีท่าที “เฉยเมย” และไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา

เพราะสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ข้อเรียกร้องของ ทักษิณ และผู้ชุมนุมไม่มีความชอบธรรมพอ เป็นแค่การเรียกร้องเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลคือ ทักษิณ ที่ต้องการให้ได้ทรัพย์สินที่ถูกยึดไปกลับคืนมา ให้ตัวเองรอดพ้นจากคดีทุจริต และได้กลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้งเท่านั้น

ส่วนข้อเรียกร้องโดยอ้างประชาธิปไตยนั้นเป็นแค่ “ฉากบังหน้า” เพื่อให้ดูสวยหรูและหลอกลวงคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เท่านั้น

เมื่อหันมาพิจารณาจากจำนวนผู้ชุมนุมที่ผ่านมาสองสามวัน โดยเฉพาะในวันที่ 13-14 มี.ค.ที่ผ่านมาที่ถือว่าเป็นการระดมพลครั้งใหญ่ ไม่ว่ามองในมุมไหน จะอคติหรือไม่ก็ตามรับรองว่าสูงสุดไม่ถึงหนึ่งแสนคนเป็นอันขาด เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่จอดรถ เช่นรถปิกอัพและรถบัส ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้ามาจนถึงถนนราชดำเนินใน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็กระจุกตัวอยู่บริเวณหน้าเวทีบนสะพานผ่านฟ้า ปลายสุดก็ไม่เกินอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรืออย่างมากก็เกินมานิดหน่อยแค่สี่แยกคอกวัว แต่ก็กระจัดกระจายหลวมๆ

พิจารณาตามความเป็นจริงแล้วจำนวนคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมชุมนุมในครั้ง นี้ถือว่า “หลุดเป้า” อย่างน่าตกใจ ทั้งที่งานนี้ ทักษิณ ชินวัตร ถึงกับลงทุนทำทุกวิถีทางทั้ง ต่อสายโฟนอิน วีดิโอลิงก์ ส่งข้อความสั้น(เอสเอ็มเอส)ถึงตัว เพื่อปลุกระดม หรือแม้กระทั่ง “จ่าย ตรง” ไม่ยอมผ่านคนกลางทุกขั้นตอนเหมือนแต่ก่อน แต่เอาเข้าจริงทำได้แค่นี้นับว่า “ขาดทุนป่นปี้”

ประกอบกับเมื่อมาเจอเกมตั้งรับของฝ่ายรัฐบาลที่ นำโดย นายกฯอภิสิทธิ์ ที่ดำเนินการอย่างแยบยล ใช้วิธี “อ่อนสยบแข็ง” เล่นเกมยื้อ ไม่ยอมหลงเกมยั่วยุให้เกิดเงื่อนไขความรุนแรง สงบนิ่งอยู่ในที่ตั้ง ให้เจ้าหน้าที่สลับกำลังกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความอ่อนล้า

รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลได้ใช้ชัยภูมิในพื้นที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่เป็นสถานที่เปิด ไม่เป็นมุมอับ สามารถเข้าออกได้หลายทาง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่กว้างขวาง ทำให้การปิดล้อมของผู้ชุมนุมทำได้ยาก ขณะเดียวกันหากจะบุกเข้ายึดก็ไม่สามารถทำได้ ในทางตรงกันข้ามจะเป็นการเปิดทางให้มีการใช้กำลังสลายมีความชอบธรรมมากขึ้น และเชื่อว่าบรรดาแกนนำที่มีชนักปักหลังอยู่จะไม่กล้าทำแบบนั้นแน่นอน

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาผ่านไปนานเท่าใด แรงกดดันก็จะหันกลับมากดทับอยู่ที่บรรดาแกนนำและ ตัว ทักษิณ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าม็อบตัวจริง ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เนื่องจากยิ่งเวลาทอดนานออกไป หากข้อเรียกร้องเรื่องยุบสภาไม่ประสบผลสำเร็จก็จะยิ่งทำให้เกิดความเครียด ไหนจะต้องเจอกับแรงกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆของคนเมืองหลวงที่เดือดร้อนรำคาญกับ ปัญหารถติด การใช้ชีวิตไม่สะดวก

ขณะเดียวกันในกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกันเองเมื่อเดินทางมาถึงวันแรกๆอาจ มีความคึกคักสนุกสนาน แต่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด หรือจากที่ไหนก็ตามเมื่อเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัด ที่หลับที่นอน อาหารการกิน ที่ถ่ายทุกข์ไม่สะดวก เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป 3 วันจะต้องเริ่มทยอยกลับบ้าน โดยเฉพาะหลายรายที่เดินทางมาด้วยรายได้เป็นรายหัว แม้จะรักทักษิณ แต่ถ้าให้มาตากแดดตัวดำเมี่ยมอยู่ทั้งวันก็คงจะไม่ไหวเหมือนกัน

การแถลงเมื่อก่อนเที่ยงวานนี้(15 มี.ค.) ของนายกฯอภิสิทธิ์ พร้อม กับบรรดาตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอให้ยุบสภาอย่างเด็ดขาดและยังเป็น การชิงประกาศก่อนที่ม็อบเสื้อแดงเดินทางมาถึงกรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่สามารถกุมสภาพได้เต็มร้อย

อย่างไรก็ดีเมื่อรูปการออกมาแบนี้แม้ว่ารัฐบาลอยู่ในฐานะได้เปรียบ และเชื่อว่าการระดมกำลังของม็อบเสื้อแดงจะไม่สามารถทำได้เพิ่มมากกว่านี้ ในทางตรงกันข้ามนับจากนี้ไปน่าจะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆจากการทยอยเดินทางกลับ บ้าน แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คืออาจมีคำสั่งลับให้เล่น “เกมแรง” ที่จะงัดออกมาใช้ต่อไป

เพราะถ้าพิจารณาจากอาการของ ทักษิณ ที่วิดีโอลิงก์เข้ามาที่เวทีชุมนุมเมื่อคืนวันที่ 14 มี.ค.จะได้เห็นถึงความคลุ้มคลั่ง โกหกแทบจะทุกคำพูดเพื่อเป้าหมายอย่างเดียวคือ “ปลุกระดม” ให้เกิดความเกลียดชัง และใช้ความรุนแรง ก่อจลาจล ซึ่งถือว่าอันตราย อีกทั้งความรุนแรงที่ว่านี้ก็ยังอาจะเกิดจากกลุ่มกองกำลัง “ฮาร์ทคอร์” ที่ระยะนี้ซุ่มเงียบผิดปกติ

ดังนั้นนับจากนี้เมื่อทักษิณและม็อบเสื้อแดงกำลังตกอยู่ภาวะกดดันมาก เท่าใด ก็จะยิ่งทำให้โอกาสที่จะเกิดความรุนแรง จนถึงขั้น “เละ” ตามที่ ทักษิณ ได้เคยประกาศเอาไว้ล่วงหน้าก็มีโอกาสเกิดขึ้นสูง และล่าสุดมีการใช้เอ็ม 79ยิงถล่มเข้าไปในกรมทหารราบ ที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ทำให้ทหารบาดเจ็บสองนายก็ไม่ธรรมดา แม้ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่เจตนายั่วยุให้ทหารออกมาแน่นอน งานนี้ประมาทไม่ได้เป็นอันขาด.

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: