โฆษกศาลปฏิเสธข่าวสินบนยึดทรัพย์


โฆษกศาลยุติธรรม ปฏิเสธ เงินสินบนองค์คณะยึดทรัพย์ 5,000 ล้าน ไม่มีมูลความจริง ยันตัดสินคดีศาลฎีกานักการเมืองไม่เคยมีสินบน เชื่อหวังให้เกิดความระแวงผลสงสัยการพิพากษาของศาลวัน 26 ก.พ.

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.53 นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหม่ แถลงข่าวว่ามีข่าวลือว่าในหมู่ผู้พิพากษาได้มีการพูดคุยเรื่องการเสนอเงิน 5,000 ล้านบาทเป็นสินบนให้ผู้พิพากษาองค์คณะตัดสินคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 5 คนๆ ละ 1,000 ล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ซึ่งการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองที่ผ่านมาทุกคดี ไม่มีเคยมีเรื่องการเสนอสินบนใด ๆ การระบุเช่นนี้เหมือนเป็นการปล่อยข่าวหวังผลทำให้เกิดความระแวงสงสัยในการ พิพากษาคดีที่กำลังใกล้จะตัดสินในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ซึ่งหากอ้างว่ามีการเสนอสินบนการตรวจสอบย่อมทำได้โดยตรวจดูจากเส้นทางการ เงิน ดังนั้นขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงและที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ พิพากษาคนใดที่เป็นองค์คณะ แจ้งเรื่องการเสนอสินบนดังกล่าว

เมื่อถามว่า เนื่องจากใกล้วันตัดสิน อาจจะมีบุคคลแดงความคิดเห็นคาดการณ์ผลคำพิพากษาอีกเหมือนหลายคดีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมจำเป็นต้องสั่งห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ หรือไม่ นายสิทธิ์ศักดิ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ศาลไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขใด ๆ โดยไม่จำเป็น ซึ่งการวิจารณ์ผลคำพิพากษา ส่วนใหญ่เป็นการคาดเดาเอง ขณะที่ศาลไม่ต้องแสดงว่าร้อนตัวจนต้องสั่งห้ามใด ๆ แต่ถ้ามีการแสดงความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่กระทบต่อการพิพากษาคดีหรือองค์คณะ ก็ต้องดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายต่อไป

“ ศาลให้ความสำคัญต่อการเก็บรักษาคำพิพากษาเป็นความลับ ไม่เปิดเผยจนกว่าถึงวันตัดสิน ดังนั้นหากจะมีพูดถึงคำพิพากษา ก็เป็นเพียงการคาดเดาตามความคิดหรืออัตวิสัยของแต่ละคนเท่านั้น ” โฆษกศาลยุติธรรม ระบุ

กมม.ปูดทักษิณทุ่ม5พันล้านทหวังพลิกยึดทรัพย์

ทั้งนี้นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรค นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค ร่วมแถลงถึงจุดยืนของพรรคต่อสถานการณ์บ้านเมือง โดยนายสำราญ คาดว่า สถานการณ์ปลายเดือน ก.พ. ถึง ต้นเดือน มี.ค. 2553 จะรุนแรง โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังวันที่ 26 ก.พ. ที่เป็นวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยการชุมนุมใหญ่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 ก.พ.มีสูงมาก คาดว่าจะมีประชาชนมาชุมนุมถึงแสนคน หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกยึดทรัพย์หมดหรือถูกยึดเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ สถานการณ์ความรุนแรงก็อาจจะเกิดขึ้นแบบใต้ดิน เช่น การวินาศกรรม การวางระเบิด เผา ลอบสังหารบุคคลสำคัญ ซึ่งสถานการณ์ไปถึงขั้นนั้น ความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่ไม่ปกติก็เกิดขึ้นได้ ขณะนี้ยากที่จะชี้ชัดว่ากลุ่มไหน ขั้วอำนาจไหนจะเป็นผู้ยึดกุมอำนาจ

“มีข่าวลือจากหลายวงการ ไม่ว่า วงการสื่อ วงการธุรกิจ มีการทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อพลิกคดียึดทรัพย์ให้ได้ เพราะต้องการแค่ 5 เสียง จาก 9 เสียงของคณะผู้พิพากษา แต่เชื่อว่า สุดท้ายศาลสถิตยุติธรรมก็จะให้ความเป็นธรรม ดังนั้นคิดว่า รัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยก็ดี อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอย่างสันติอย่างที่เคยประกาศเอาไว้ หากการชุมนุมสันตินอกสภาฯ ไม่ประสบความสำเร็จ ก็ควรใช้เวทีในสภาฯ ต่อไป ไม่ควรเอาบ้านเมืองเป็นตัวประกัน เพราะประเทศชาติบอบช้ำมามากพอแล้ว”นายสำราญ กล่าว

เขาบอกว่า นอกจากนี้รัฐบาลต้องดับไฟตั้งแต่ต้นลม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับความเคลื่อนไหวที่เลยกรอบกฎหมาย เพราะขณะนี้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวเหิมเกริมของคนเสื้อแดง ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ตกอยู่ในภาวะความอึดอัดหวั่นภัยอันตราย บางกลุ่มเตรียมการตอบโต้คนเสื้อแดงเพื่อปกป้องตนเอง ซึ่งอาจจะกลายเป็นความรุนแรงได้ ขอทางรัฐบาลต้องตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ และให้คำปรึกษาประชาชนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจและช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับรัฐบาล

ด้านนายสุริยะใส กล่าวว่า เรื่องการทุ่มเงิน 5 พันล้านบาทเพื่อพลิกคดีนั้น แม้ขณะนี้เป็นเพียงข่าวลือ แต่ต้องดูว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหา เช่น การวิ่งเต้นติดสินบนศาลกรณีถุงขนม 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ดี ทั้งนี้เห็นว่า วันที่ 26 ก.พ.ซึ่งเป็นวันที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวนั้น ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ความขัดแย้งต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป เพราะศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่สงคราม แต่เป็นเกมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแบบให้ความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนาน นอกจากนี้ยังมีคนบางกลุ่มที่คอยหาประโยชน์จากความขัดแย้งของประชาชน ดังนั้นเรื่องนี้ลากไปไกลกว่าเงิน 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ อีก

พงศ์เทพเชื่อปชช.ยอมรับได้หากผลตัดสินถูกต้องตรงไปตรงมา

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ศาลจะตัดสินยึดทรัพย์ทั้งหมด หรือบางส่วน ตนเห็นว่าคำตัดสินจะต้องตรงไปตรงมาและมีเหตุผลสรุปสนับสนุนคำวินิจฉัย หากตัดสินไปในทางที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงของข้อกฎหมาย เชื่อว่าประชาชนที่รอรับฟังผลจะให้การยอมรับคำตัดสินของศาล โดยผู้พิพากษาหรือตุลาการ ไม่ว่าจะพิพากษาคดีใดก็ตาม ต้องยึดมั่นในความทุจริต ไม่เห็นแก่หน้าใคร กระทำสิ่งใดต้องตรงไปตรงมา และไม่มีการรับใบสั่ง

นายพงศ์เทพ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า ที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุมคนเสื้อแดงไม่ใช้ความรุนแรง ชุมนุมด้วยความสันติ ซึ่งขอเรียกร้องให้รัฐบาลโปรดระมัดระวังกลุ่มมือที่ 3 ที่อาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ รวมทั้งรัฐบาลจะต้องดำเนินการจับกุมผู้ไม่หวังดี อีกทั้งรัฐบาลจะต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้มาชุมนุม

“พล.ต.ขัตติยะ”เผย“ทักษิณ”จะฟ้องศาลโลก

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์การพิจารณาคดียึดทรัพย์ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังยืนยันว่า เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของเขา และเป็นเงินที่บริสุทธิ์ ไม่ได้มาจากการทุจริตฉ้อฉล ดังนั้นจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ คืน อายัด และยึดไม่ได้ เขายืนยันว่า หากมีการยึดทรัพย์หรืออายัด จะมีการฟ้องศาลโลก เพื่อขอความยุติธรรม

“ขวัญชัย”ระบุรอสัญญาณแกนนำนปช.บุกกรุง

นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำชมรมคนรักอุดร กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องคนเสื้อแดงในหลายจังหวัดในภาคอีสานตอนบน พร้อมที่จะเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใหญ่กับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อ ต้านเผด็จการแห่งชาติ( นปช.)ส่วนกลาง ในกรุงเทพฯแล้ว รอเพียงสัญญาณจากที่ประชุมแกนนำ นปช. ซึ่งจะประชุมในเช้าวันที่ 24 ก.พ.นี้เท่านั้น หากที่ประชุมมีมติจัดการชุมนุมเมื่อไหร่ ชมรมคนรักอุดรก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพด้วยขบวนรถยนต์กว่า 1 พันคันทันที และในช่วงเย็นของวันที่ 24 ก.พ. ตนจะจัดชุมนุมใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง เพื่อนำเพื่อประกาศถึงความพร้อมของคนเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี

ผบก.1เผยเหตุระเบิดยังไร้ประชาชนแจ้งเบาะแส

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1 ) กล่าวถึงกระแสข่าวขู่วางระบิดกระทรวงศึกษาธิการว่า มีการสืบสวนสอบสวนด้านการข่าวตลอดเวลาเพื่อความไม่ประมาทได้สั่งการเจ้า หน้าที่ตำรวจ บก.น. 1 และชุด” ปะฉะดะ” ที่รับผิดชอบเส้นทางตรวจตราถนนพิษณุโลกถึงแยกสี่เสาเทเวศร์และใกล้เคียง เพิ่มความเข้มตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยรถต้องสงสัยบริเวณดังกล่าวให้มากขึ้นและ ให้ปฏิบัติตามแผนรักษาความเข้มปลอดภัยเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมงเชื่อว่าจะสามารถป้องกันระวังไม่ให้มีผู้ไม่ประสงค์ก่อเหตุการณ์ดัง กล่าวได้

ผบก.น.1 กล่าวต่อว่า หลังจากที่มีกข่าวออกมา ตำรวจนครบาลยังไม่ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการขอกำลังเจ้า หน้าที่เข้าตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งปกติมีการจัดกำลังตำรวจเข้มงวดตรวจตราอยู่โดยตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่หากมีการร้องขอกำลังดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมก็พร้อมดำเนินการให้ทันที เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยตรง

ผบก.น.1 กล่าวถึงกรณีตั้งรางวัลนำจับจุดละ 1 ล้านบาทให้กับผู้แจ้งเบาะแสข้อมูลตำรวจนครบาลนำไปสู่การคลี่คลายคดีจับกุมคน ร้ายวางระเบิดข้างรั้วศาลฎีกาและยิงระเบิดเอ็ม 79 ในพาณิชยการพระนครฯว่า หลังจากที่มีการประกาศออกไปจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครแจ้งเบาะแสเข้ามาแต่อย่าง ใด เรากำลังรอพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์อยู่ หากใครรู้เบะแสข้อมูลคนร้ายหรือผ่านไปมาในช่วงเกิดเหตุพบเห็นบุคคลพิรุธต้อง สงสัยให้รีบแจ้งตำรวจทันทีพร้อมดูแลความปลอดภัยและปิดข้อมูลไว้เป็นความลับ อย่างดี เพาระความปลอดภัยของพยานและผู้แจ้งเบาะแสนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ควรระมัดระวัง เป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นท่านที่รู้เบาะแสข้อมูลต่างๆไม่ต้องกลัวว่า จะไม่ปลอดภัย ตนเองขอยืนยันและรับรองความปลอดภัย

ด้าน พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดซีโฟร์ริมรั้วศาลฎีกาซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สน.ชนะสงครามนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่มีเบาะแสของคนร้ายมากนักและยังไม่มีใครมาแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม แต่อย่างใด คงต้องรอทีมสืบสวนสอบสวนทั้งของ สน.และ นครบาลทำงานสักระยะก่อน ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนใจเย็นๆ เพราะจากการตรวจสอบวงจรการจุดระบิดของหน่วยเก็บกู้ระเบิด บช.น. ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่กระทำการนั้นต้องมีความชำนาญในเรื่องวัตถุระเบิดเป็นพิเศษ ทำให้การสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีต้องบทำอย่างรอบคอบ.

ที่มา: คมชัดลึก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: