ตร.ทหาร 4พันนาย ซ้อมขู่ม็อบ โพลไม่เชื่อคุมได้


“สุเมธ”ชี้ 26กุมภา แค่วันธรรมดา! ให้ 1ล้านล่ามือบึ้ม รู้จุดยิง”เอ็ม79” มีค.ยกเลิกน้ำฟรี

พลหวั่นรุนแรงช่วง ยึดทรัพย์ ไม่มั่นใจรัฐ บาล-ฝ่ายความมั่นคง คุมสถานการณ์ได้ แต่”มาร์ค”ยันพร้อมรับมือฝูงชน ปัดเอกสารสั่งฆ่า ไม่มีอะไร บอกเสื้อแดงเลิกพูดถึงความรุนแรงได้เลย ปฏิวัติ รัฐประหาร ไม่มีแน่ ตำรวจ-ทหารข่มม็อบ จัดซ้อมใหญ่ 4 พันนาย จำลองเหตุการณ์บุกทำเนียบ “เทือก” ยันเจ้าหน้าที่ปกป้องสถานที่จะไม่พกพาอาวุธ มีแค่โล่ กระบอง แต่เตรียมระดมกำลังตำรวจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไทยอัดผู้ว่าฯ กทม.ตั้งศรภ. รับการชุมนุม ทีม็อบเสื้อเหลืองอำนวยความสะดวก “พงศ์เทพ” หวั่นมือที่3-รบ.จุดชนวนปราบประชาชน พล.อ. บุญเลิศ ติงรัฐบาลเหยาะแหยะ ไม่จัดการคนจาบจ้วง ฟันธงมีปฏิวัติ รัฐบาลเดินหน้า 5 มาตรการช่วยชาวบ้าน ยกเว้นน้ำฟรี เลิกมี.ค.นี้

“มาร์ค”เผยเตรียมพร้อมรับม็อบแดง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถ.วิภาวดี รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกรายการสด “คุยกับคนคุยข่าวนักจัดรายการวิทยุ” ทางคลื่นวิทยุในเครือกรมประชาสัมพันธ์ อ.ส.ม.ท. และกองทัพบก อาทิ คลื่นอสมท 96.6 คลื่น 97 สวท. คลื่น 99.5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา คลื่น 101 กองบัญชาการกองทัพไทย และคลื่น 92.5 สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย

นายกฯ เปิดโอกาสให้บรรดาผู้จัดรายการในสถานีเครือข่าย 22 คน เช่น ศลิลนา ภู่เอี่ยม พัชระ สารพิมพา ฟองสนาน จามรจันทร์ ราเมศ เชื้อเมืองพาน จำรัส เซ็นนิล บุษยา อุ้ยเจริญ ฯลฯ ซักถามถึงสถานการณ์ทั่วไป เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง ปัญหาปากท้องประชาชน โดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง

หลัง ออกรายการสด ได้บันทึกเทปรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ซึ่งออกอากาศในวันที่ 21 ก.พ. เวลา 09.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมเรื่องความมั่นคงการจัดการสถานการณ์ มีการซักซ้อมหน่วยงานทั้งหมด เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ และกฎหมายรองรับการควบคุมฝูงชนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด หน้าที่ของรัฐบาลคือ ไม่ใช้ความรุน แรงแต่หากการชุมนุมแปลงสภาพเป็นการจลาจล หรือเกิดความวุ่นวาย ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยใช้อำนาจที่มี ซึ่งต้องดูทั้งกฎหมายปกติ กฎหมายความมั่นคง และกฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ยัน ไม่ถอดใจถูกต้าน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หรือความวุ่นวาย แต่เป็นที่ทราบดีว่าเดือนนี้ทั้งเดือนต่อเนื่องถึงเดือนมี.ค. อาจเกิดความวุ่นวายเพราะมีการตัดสินคดีสำคัญ ส่วนการต่อต้านตนตามสถานที่ต่างๆ ก็ได้ยินและรับฟัง เมื่อวันก่อนก็ได้ยินเสียงตะโกนต่อว่าตนว่าฆาตกร คิดว่าเป็นการรับข้อมูลผิดมา ตนต้องอดทน เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เห็นใจว่าบางคนคงได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต้องพยายามสร้างความเข้าใจ เพราะถึงถอดใจก็ไม่หยุดด่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โลกความเป็นจริงปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลา ความคิด ความชอบ ไม่เหมือนกัน ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ แต่สังคมต้องรู้จักอยู่ร่วมกันโดยไม่ละเมิด ให้สิทธิในกรอบกฎหมาย คำพูดบางคนบนเวที บางครั้งก็อึดอัดใจว่าไม่ถูกต้องแต่เมื่อกฎหมายชี้ว่าไม่ผิดก็ต้องยอมรับ แต่เรื่องไหนที่จะนำไปสู่ความเสียหายของบ้านเมืองก็ไม่ควรทำ สังคมมาถึงจุดที่มีความหลากหลายไม่สามารถบังคับว่าต้องให้ใครมาเหมือนเรา ที่สำคัญคือรัฐบาลต้องทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกัน เราใช้สิทธิแต่ต้องอยู่ในขอบเขตกฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่าความเห็นของคนในสังคมมีความแตกต่างกัน รัฐบาลไม่ห้ามแต่หากจะทำอะไรให้รุนแรง ขอร้องอย่าทำ มันทำร้ายทุกคน การรักษาความสงบทำเพื่อทุกคนไม่ใช่แค่คนกลุ่มใด อยากให้ประชาชนรับฟังข้อมูลอย่างรอบคอบ กลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับ เช่น เอกสารสั่งฆ่าอ่านดูแล้วไม่มีอะไร เพราะไม่มีอะไรจริงๆ รัฐบาลไม่ได้ต่อสู้กับใครมีหน้าที่รักษาความสงบรวมถึงผู้ที่มาชุมนุม

ความ รุนแรงไม่มีเลิกพูดได้เลย

ต่อข้อถามว่าประเทศไทยหลังวันที่ 26 ก.พ. จะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การตัดสินคดีทุกคดีเป็นกระบวนการของศาล ถึงเวลาศาลก็ต้องตัดสินซึ่งต้องมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ ไม่ทราบว่าศาลจะตัดสินอย่างไรแต่หวังว่าเมื่อศาลตัดสินทุกฝ่ายควรต้องเคารพ ศาล มิฉะนั้นไม่มีจุดจบและไม่มีกติกาในบ้านเมือง หากศาลทุจริตฉ้อฉลก็มีกฎหมายจัดการได้ แต่หากศาลตัดสินด้วยความเป็นธรรมก็ต้องยอมรับเช่นกัน ขอให้ประชาชนอย่าฟังแค่ใครแพ้ชนะ แต่ขอให้ฟังเหตุผลของศาลที่จะมีการชี้แจงด้วย

ต่อข้อถามว่า มีการออกข่าวจากต่างประเทศให้ระวังประเทศไทยในการชุมนุมครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่มีการชุมนุมใหญ่ก็อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้ รัฐบาลในที่ต่างๆ สามารถเตือนประชาชนตัวเองได้ แต่กระทรวงต่างประเทศก็ต้องให้ความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการชุมนุมที่มีเป้าหมายเกี่ยวข้องกับต่าง ประเทศ แต่เป็นการชุมนุมภายใน ส่วนคนในประเทศเมื่อรับข่าวสารเยอะๆ และมีการพูดถึงความรุนแรงก็ต้องเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงพูดว่าถ้ารัฐบาลใช้ความรุนแรงก็จะเกิด ความรุนแรง ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องดังกล่าวอยู่ในหัว เพราะฉะนั้นเลิกพูดถึงเรื่องความรุนแรงได้ ไม่มีแน่การปฏิวัติรัฐประหาร หากประกาศว่าจะชุมนุมสงบปราศจากอาวุธก็ไม่มีใครทำอะไรแน่นอน

โต้”แม้ว “ล้างหนี้คนอีสานพูดเท็จ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับสื่อวิทยุชุมชนที่มีการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ธรรมชาติคนเป็นสื่อจริงๆ ไม่มีใครปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง แต่การใช้สื่อปลุกระดมของวิทยุชุมชนที่พูดกัน เป็นการใช้ช่องทางกฎหมาย ต้องดูที่ผู้มีอำนาจอนุญาตว่าจะควบคุมอย่างไร ธรรมชาติวิทยุชุมชนตั้งง่ายเครื่องราคาถูกถูกยึดไปก็ซื้อใหม่ แต่ได้มีการติดตามใกล้ชิดให้ดำเนินการถ้าทำผิดกฎหมาย

เมื่อถามเรื่อง การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีเป้าหมายเป็นบุคคลที่อยู่นอกรัฐบาลด้วย นายกฯ กล่าวว่า บุคคลใดตกเป็นเป้าก็สามารถใช้สื่อในการชี้แจงได้ ได้ย้ำมาตลอดว่าไม่ควรหยิบสถาบันมาโจมตีแต่ก็ไม่สามารถห้ามทุกคนได้ อะไรที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายจึงยังสามารถทำได้ต่อไป บางกรณีรัฐบาลก็สามารถชี้แจงได้ แต่บางกรณีไม่สามารถทำได้ สื่อต้องให้โอกาสผู้ที่ถูกพาดพิงได้มีโอกาสในการชี้แจงด้วย

เมื่อถาม ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินระบุหากคนอีสานนำกลับประเทศได้ จะล้างหนี้ให้ทั้งหมด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้สิน ประสบความสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างเพราะไม่ง่าย ถ้าบอกจะล้างเจ้าหนี้ก็จะไม่ให้ใครกู้อีก เศรษฐกิจชะงัก ถ้าจะเอาเงินจ่ายหนี้แทนไม่รวมกับหนี้นอกระบบที่มีประชาชนมาขึ้นทะเบียนเป็น ล้านคน คำนวณแล้วว่าต้องใช้เงินเป็นแสนล้าน เชื่อว่าไม่มีทางมีใครมีเงินพอ ฉะนั้น ใครที่บอกว่าเข้ามาแล้วล้างหนี้ให้ประชาชนคือคนที่ไม่พูดความจริง

มี.ค.ยก เลิกมาตรการน้ำฟรี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ จะมีการพิจารณาลดแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการชั่วคราว 6 เดือน 6 มาตรการ ซึ่งพบว่าการช่วยเหลือเรื่องน้ำประปา ผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นผู้มีฐานะมากกว่าประชาชนรายได้ต่ำ เพราะน้ำประปาไม่ได้เข้าถึงทุกครัวเรือนจึงจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อหมด วาระในเดือนมี.ค.นี้ แต่การช่วยเหลือเรื่องรถเมล์ รถไฟ ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม จะยังไม่เปลี่ยนแแปลง ส่วนมาตรการอื่น เช่น มาตรการอสังหาริมทรัพย์ จะเข้าครม.วันอังคาร ว่าจะต่ออายุหรือไม่

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากตรวจราชการที่ 3 จ.ภาคใต้ เกี่ยวกับมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงสัปดาห์ก่อนการตัดสินพิจารณา คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ว่า รัฐบาลเน้นรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นสำคัญ กำชับเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบ ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมมากเจ้าหน้าที่จะต้องมีการประสานงานให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาทำอะไรได้ ซึ่งจะต้องมีการซักซ้อมกันให้ดีเพราะต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน เข้ามาทำงานร่วมกัน การซักซ้อม จึงถือว่ามีความจำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด

คุม”ยึดทรัพย์ “จนท.ไม่พกอาวุธ

นายสุเทพ กล่าวว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่มีการดำเนินการใดๆ กับกลุ่มผู้ชุมนุม หากเป็นการชุมนุมที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แต่ถ้ามีการทำให้เกิดความเสียหายและประชาชนเดือดร้อน เช่น การปิดถนน การปิดแยกจราจร และขัดขวางการจราจรเราก็จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น ยืนยันเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไม่มีใครพกพาอาวุธเด็ดขาดเพราะเราไม่ได้ เข้าไปปราบปราม เป็นเพียงการเข้าไปป้องกันสถานที่ เข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จะไม่มีการพกพาอาวุธปืนไม่ว่าจะเป็นปืนสั้นหรือปืนยาว เจ้าหน้าที่จะมีเพียงโล่ กระบอง หมวก เอาไว้ป้องกันตัว แต่ถ้าหากมีใครเข้ามาสร้างสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ยิงประชาชน หรือจะมีใครติดอาวุธเข้ามาแทรกแซง เช่น กรณีการยิงประชาชนที่นางเลิ้ง ในช่วงเดือนเมษาเลือด เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องติดอาวุธเพื่อเข้าไปดำเนินการ

ผู้ สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ยอมรับว่าไม่มีใครคาดการณ์ได้ เพราะคนที่รู้ดีที่สุดคือคนที่อยู่ต่างประเทศที่เป็นผู้สั่งการว่าจะอะไร ขนาดไหน อย่างไร ตนได้แต่วิงวอนขอร้องว่าให้เห็นแก่บ้านเมือง อย่าทำอะไรรุนแรงเสียหาย กระทบ ต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ระดมตร .ให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่ากลุ่มเสื้อแดงประกาศที่จะขนคนมา ชุมนุมโดยใช้รถปิกอัพ 1 แสนคันเข้ากทม. นายสุเทพ กล่าวว่า ถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เป็นเจตนาที่จะระดมคนและรถปิกอัพเข้า กทม. การจราจรจะติดขัดจนเกิดความเสียหายได้ ผู้ที่จะมาชุมนุมต้องมีสติ เจตนาในการระดมเข้ามากๆ ทำให้เข้าใจว่าต้องการทำให้เกิดความปั่นป่วนและการจราจรติดขัด ถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้แต่ก็อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึก นึกถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก

“ผมอยากเรียกร้องให้ผู้ที่ ต้องการชุมนุม ควรมีสำนึกความเป็นคนไทย ขอให้คิดว่ายอมตายถวายชีวิตเพื่อทรัพย์สมบัติเจ้านายเพียงคนเดียวมันเป็นไป ไม่ได้” นายสุเทพกล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจไว้รับมือจำนวนเท่าไร นายสุเทพ กล่าวว่า เตรียมเท่าที่จำเป็น ตำรวจจะให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถระดมได้ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และทหารที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยของตำรวจ เมื่อถามว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้จะมีการจับตา พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะเสธ.อะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำผิดกฎหมายก็จับไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างเด็ดขาด

“เทพ ไท”คิดให้งบขนแดง50ล./วัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้าธนาคารกรุง เทพ สำนักงานใหญ่ สีลม เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า การกระทำดังกล่าวอาจจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดความเสียหาย เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมทำให้หลายบริษัทต้องปิดทำการเนื่องจากเกรงว่าจะ เกิดความรุนแรง จากการประเมินมองว่าผู้ชุมนุมมีไม่มาก เนื่องจากคนกทม.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางความรุนแรง และอยากเรียกร้องกลุ่มคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดอย่าเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ กลุ่มคนเสื้อแดงในกทม. จะเป็นการทำร้ายประเทศ

นายเทพไท กล่าวว่า ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อและต้องใช้รถปิกอัพ 1 แสนคัน ขนผู้ชุมนุมเข้ามากทม. ต้องใช้งบประมาณจำนานมากประมาณวันละ 50 ล้านบาท และหากยืดเยื้อถึง 7 วันตามที่ระบุไว้จริง อาจต้องใช้เงินลงทุนสูงนับพันล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับการชุมนุมต่อวันคาดว่าต้องใช้ประมาณ 200 ล้านบาท

เพื่อ ไทยอัดกทม.ตั้งศูนย์ศรภ.

ที่พรรคเพื่อไทย นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยกรุงเทพมหานคร(ศรภ. กทม.) ประกอบด้วย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้จัดเตรียมรถดับเพลิง รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถน้ำ สำนักการแพทย์และอนามัย เตรียมพร้อมรถพยาบาล หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน แพทย์ พยาบาล สำนักการจราจรและขนส่ง ตรวจสอบความสมบูรณ์ของกล้อง CCTV รับมือการชุมนุมเคลื่อนไหว การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามคนกทม. และคนเสื้อแดง เหมือนเป็นการตัดสินล่วงหน้าว่ากลุ่มประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวกำลังจะก่อ อาชญากรรม ทั้งที่ทุกครั้งการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่เคยมีความรุนแรงนอกจากช่วง สงกรานต์เลือดที่ทหารใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชน

นายการุณ กล่าวว่า อีกทั้งพฤติกรรมของผู้ชุมนุมก็เป็นลักษณะมาชุมนุมแล้วก็กลับบ้าน โดยสงบและปราศจากอาวุธ ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีการปิดถนนยืดเยื้อ ยึดทำเนียบ ก่อความไม่สงบต่างๆ แต่ผู้ว่าฯ กลับอำนวยความสะดวกในทุกด้าน จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าการจัดตั้ง ศรภ.กทม. ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใส่ร้ายป้ายสีหรือไม่ การประกาศตั้ง ศรภ.กทม. กำลังสร้างความไม่มั่นใจ ไม่สบายใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และอาจทำให้ประเทศต้องสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ไม่กล้าเข้ามาเที่ยว ในประเทศไทย เพราะเท่ากับเป็นการยืนยันว่ากทม. เป็นเมืองที่ไม่ปลอดภัย

พงศ์ เทพหวั่นมือที่3-รบ.จุดชนวน

นายการุณ กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ว่าฯ อย่าคิดแต่จะใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามจนลืมผลประโยชน์ของประเทศ ขอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้ตรวจกล้อง CCTV รอบกทม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ และบริเวณที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร โดนลอบยิงด้วยว่ากล้อง CCTV ในบริเวณดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วหรือไม่ เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นคนก่อเหตุร้ายกันแน่ และขอให้เลิกดูหมิ่นเหยียดหยามอุดมการณ์และเลิกการปฏิบัติสองมาตรฐานกับการ ชุมนุมเรียกร้องประชาธิป ไตยของคนเสื้อแดง

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ว่า ตนเชื่อว่าในวันดังกล่าวจะไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆ อีกทั้งทางแกนนำนปช. ยืนยันแล้วว่าจะไม่ก่อเหตุความรุนแรง จะรอฟังคำพิพากษาตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ที่มาชุมนุมล้วนต่างคนต่างมาด้วยความตั้งใจจริง อย่างไรก็ตามตนไม่สบายใจเกรงจะเกิดเหตุมือที่ 3 ขึ้น เพื่อพยายามดึงให้เหตุ การณ์นำไปสู่ความรุนแรง อีกทั้งไม่ทราบว่ารัฐบาลจะพยายามสร้างเรื่องผ่านสื่อให้เห็นว่ากลุ่มผู้ ชุมนุมพยายามใช้ความรุนแรงจนทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้กำลังเพื่อปราบปราม หรือไม่

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาคดีการยึดทรัพย์ตามหลักการของกฎหมายกรณีร่ำรวยผิดปกติ อย่างมากสุดจะยึดได้คือส่วนที่เกินจากของเก่าที่เคยมี ส่วนของเก่าเอาไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนทรัพย์สินที่ไม่สามารถชี้แจงได้ก็เป็นอีกเรื่องซึ่งเป็นคนละส่วนกัน

“สุเมธ “ชี้26ก.พ.แค่วันธรรมดา

นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งในพิธีปิดโครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชนรุ่นที่ 29 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วิกฤตการเมืองไทยขณะนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีก ได้ฟังมาตลอดเวลาในช่วงต้นปีหลายคนบ่นว่าวันที่ 26 ก.พ. นี้จะรุนแรง บางคนนั่งเศร้า นั่งบ่น มันเป็นแค่วันที่ 26 ก.พ. ธรรมดา ไม่เห็นจะต้องหวั่นกลัวอะไร ทางออกของประเทศอยู่ที่ปลายปากกาของสื่อมวลชน เช่น เรื่องทุจริต หากสื่อจับมือรวมกันเป็นหนึ่ง พบหรือทราบใครทุจริตก็รวมตัวกันกระหน่ำเสนอข่าว รับรองว่าไม่เกิน 3 เดือนเขาอยู่ไม่ได้ เพราะตามหลักผีสางย่อมกลัวแสงสว่างเหมือนคนที่ทุจริตย่อมกลัวถูกแฉประจาน เช่นกัน ต่อให้ใครด่าว่าเขาก็ไม่เกรงกลัวเท่ากับสื่อจับตาและตีแผ่

นาย สุเมธ กล่าวว่า ประเทศจะเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อคนที่ทำหน้าที่ในการบริหารด้าน ต่างๆ รู้ตัวเอง รู้ความสามารถตัวเองอย่าทำเกินตัวมันไม่เจริญ สาเหตุที่ปัญหาต่างๆ ในบ้านเมืองเราแก้ไขยังไม่สำเร็จ เพราะมัวแต่ไปแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุไม่เคยมองที่ต้นตอ พยายามเปลี่ยนเกมกติกาต่างๆ แต่ไม่ยอมเปลี่ยนตัวคนเล่น ตลอดเวลาที่สอนเรื่องการเมืองยังไม่เห็นมีทางว่าจะทำอะไรได้ เรื่องการเมืองมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เราสามารถเอาคืนได้เหมือนฟื้นฟูธรรมชาติ อย่าไปวิตกกลุ้มอกกลุ้มใจ ปัญหาต่างๆ จะแก้ไขได้แน่นอน เพียงแต่อย่าโกหก ปากพูดอย่างแต่ใจกลับคิดผูกพันผลประโยชน์ หากใจ มือ และจิตสำนึกตรงกันหมดเชื่อว่าไม่เหนือกว่าปัญญาที่เราจะแก้ไขได้ ปัญหาเกิดจากคนไทย ดังนั้นคนไทยทุกคนจึงต้องร่วมมือกันแก้ไข

ใช้ สติทุกอย่างจะคลี่คลาย

นายสุเมธ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ระบุว่า ไม่วิตกถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ว่าไม่รู้ ตนอาจเป็นชาวพุทธที่คิดว่าอะไรจะเกิดก็เกิด เพียงแต่ว่าเรามีสติ ให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าจะเกิดในรูปแบบไหน เราเองในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสังคม เป็นประชาชนคนหนึ่งของประเทศ ควรทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด ถ้าทุกคนคิดอย่างนี้แล้วก็คงไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนเรามีขีดความสามารถ สามารถแยกแยะอะไรถูก ผิด ดำ ขาว และรู้ว่าจะเลือกเส้นทางเดินได้ถูกต้อง

เมื่อถามว่าอีกฝ่ายหนึ่งดู เหมือนจะเร่งเร้า นายสุเมธ กล่าวว่า แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลของตนเองเพราะคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน ความต้องการก็ไม่เหมือนกัน ประโยชน์ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่ามกลางความหลากหลาย มีสิ่งหนึ่งที่เป็นสมบัติของทุกคน คือ ประเทศชาติ นอกจากนี้เราต้องยึดส่วนรวม เมื่อถามว่าแสดงว่าทุกฝ่ายต้องยอมรับคำตัดสิน นายสุเมธกล่าวว่า อย่างที่พูด อะไรผิด อะไรถูก อะไรควร ทุกคนต้องแยกแยะได้ ถ้าใช้เหตุผลและสติปัญญาเป็นเครื่องนำทาง ทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ในที่สุด ไม่มีใครดำรงอย่างผิดได้ ไม่เหมาะไม่ควรได้ ตนมีความเชื่อเช่นนั้น เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะค่อยๆ ปรับตัวของมันไปเอง

รุนแรง หรือไม่ทายลำบาก

นายสุเมธ กล่าวว่า เราเคยวิตกอะไรมากี่ครั้งแล้วสุดท้ายเราก็ผ่านมันไปได้ ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ในบางช่วงว่าแย่แล้ว เช่น ช่วงก่อการร้าย เวียดนามล้มไป ลาวล้ม เขมรล้ม และไทยจะล้มไปตนก็ไม่เห็นว่าจะล้ม จริงๆ แล้วเราก็รอดจนได้ สำคัญอยู่ที่ประเทศชาติ ประชาชนต้องสมานสามัคคี รู้รักสามัคคี ทำให้ชาติอยู่รอด อย่างพระราชกระแสรับสั่งในตอนสุดท้ายที่ว่าความสุขของข้าพเจ้า คือทำอย่างไรให้พวกเรารักษาแผ่นดิน ประโยชน์ ถ้ามีสติรักษาให้ได้ อะไรก็แล้วแต่ชาติต้องมาก่อน ไม่มีสิ่งใดเหนือชาติ อย่าลืมว่าถ้าชาติอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ไม่มีใครสักคนอยู่ได้ เพราะฉะนั้นหน้าที่แรกของพลเมืองคือต้องรักษาชาติ อย่างอื่นก็ค่อยว่ากัน ตนในฐานะที่เคยบวชเคยเรียนก็ยังได้เตือนว่าให้ยึดสติ ถ้าขาดสติเมื่อไหร่ผลเสียหายจะเยอะ

เมื่อถามถึงการชุมนุมจะมีความ รุนแรงหรือไม่ นายสุเมธ กล่าวว่า ก็ไม่รู้ ทายกันลำบาก ทุกสิ่งทุกอย่างตนก็เฉยๆ ยังเชื่อว่าสุดท้ายของสุดท้ายเหตุผลจะชนะ ความถูกต้องและธรรมะจะชนะ ตนไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิด อะไรที่ควรจะเป็นก็จะปรากฏ เป็นสัจธรรมของโลก เมื่อถามว่าต่างประเทศยังเตือนประชาชนของเขาให้ระมัดระวังเรื่องเข้าประเทศ ไทย นายสุเมธ กล่าวว่า เห็นไหมว่าเขาก็ต้องรักษาประโยชน์ของเขา แล้วทำไมเราไม่รักษาผลประโยชน์ของเรา ต่างชาติเขายังห่วงชีวิตคนของเขาแล้วทำไมเราไม่ห่วงชีวิตคนของเรา ต่อข้อถามว่าจะต้องมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเมธ กล่าวว่า ใครล่ะคนกลาง

แดงอยุธยาตั้งจอยักษ์ฟังคำตัดสิน

สำหรับ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง แม้แกนนำนปช.จะประกาศยกเลิกการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ในหลายจังหวัดยังมีการนัดหมายคนเสื้อแดงเดินทางเข้ากทม.

ล่าสุด นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำชมรมกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แดง อยุธยา 49) กล่าวว่า วันที่ 26 ก.พ. ตนจะติดตั้งโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ที่หน้าบ้านตลาดประตูน้ำพระอินทร์ เพื่อถ่ายทอดคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ ให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไปได้ชม และจะมีกลุ่มคนเสื้อแดง จ.พระ นครศรีอยุธยา บางส่วน เดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อีกส่วนจะรวมตัวกันในตลาดประตูน้ำพระ อินทร์ โดยพร้อมระดมกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปสมทบกับกลุ่มนปช. ที่กทม. ในทันที

“บิ๊ก อ้าย”ติงรัฐบาลเหยาะแหยะ

พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เลขาธิการราชตฤณมัยสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ อดีตประธานที่ปรึกษากองทัพบก และประธานเตรียมทหารรุ่น 1 เพื่อนร่วมรุ่นพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง” ทางคลื่น 100.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจจุบันไม่น่าห่วง คนไทยไม่เคยฆ่ากันจริง ยกเว้นจะมีคนอื่นแปลกปลอม เมื่อถามว่าการเมืองในปัจุบันดูเหมือนจะเล่นกันรุนแรงจนอาจจะถึงชีวิต พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ถ้ารัฐเข้มแข็ง ใช้อำนาจตามกฎหมายที่เข้มแข็งก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าปล่อยก็คงจะยุ่ง แต่คิดว่าไม่ถึงกับรบฆ่ากันวุ่นวาย และกองทัพก็เป็นกำลังของรัฐบาลที่จะช่วยดูแล เป็นมือเป็นไม้ให้ เท่าที่ทราบผู้นำเหล่าทัพ-รมว.กลาโหม มีความสนิทสนมกับรัฐบาล โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ประสานงานระหว่างกองทัพและรัฐบาลได้ดี ดูแลใกล้ชิด พูดง่ายๆ ว่าเอาอกเอาใจ กองทัพก็เอาใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ตนว่าไปได้

พล.อ.บุญเลิศ กล่าวถึงการที่เสื้อแดงโจมตีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า จริงๆ แล้วพล.อ.เปรม ไม่เป็นศัตรูกับใครในแผ่นดิน คนที่เป็นศัตรูกับท่าน คงไม่คิดว่าจะเล่นงานแค่ท่านแต่นึกถึงคนที่สูงขึ้นไป ไม่ใช่พล.อ.เปรม เรียกกันว่าตีวัวกระทบคราด ทหารก็ต้องออกมาพูด หรือปกป้อง ถ้ามีการกล่าวล่วงมากก็ต้องออกมาปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นวาจา รัฐบาลก็ต้องใช้กฎหมายจับกุมคุมขัง ขณะนี้ดูเสมือนหนึ่งว่า รัฐบาลเหยาะแยะ หรืออ่อนแอ ไม่เข้าใจนโยบายของรัฐบาลเหมือนกันที่ปล่อยให้มีการจ้วงจาบมากขึ้น

“แดง”สกัด “แอ้ด”หวั่นขึ้นแทนป๋า

พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า คนมาเป็นผบ.ทบ. ไม่ใช่จับสลากมาได้ ต้องมีความสามารถ พล.อ. เปรม นอกจากจะเป็นผบ.ทบ. ยังเป็นนายกฯ ถึง 8 ปี ปัจจุบันเป็นประธานองคมนตรี รับใช้ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาท การไปจาบจ้วงเป็นเรื่องไม่น่าทำ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือเสื้อแดง คงต้องขอบคุณพล.อ.สุรยุทธ์ด้วย เพราะครั้งหนึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอร้องให้ครม. ออกมติว่าถ้าจะเข้ามาสอบสวน ขอให้เป็นมติครม. สอบสวนได้เลย แต่พล.อ.สุรยุทธ์ ให้ขอมาเป็นเรื่องๆ แสดงว่าเป็นการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ และคณะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปในตัว

พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าคณะของพ.ต.ท.ทักษิณ ทำไมจึงจองล้างจองผลาญพล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะที่เป็นเพื่อนตนก็ให้กำลังใจและห่วงใย แต่การสูญเสียเกียรติยศนั้นสำคัญ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นองคมนตรีที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยอย่างที่ทราบ เป็นเหตุผลที่พล.อ.สุรยุทธ์ ถูกโจมตี

“พวกที่ไม่หวังดี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง-ทักษิณ หวังว่าถ้าทำลายพล.อ.สุรยุทธ์ ที่ต่อไปต้องใหญ่ขึ้น ไม่รู้ว่าจะได้แทนพล.อ.เปรม หรือไม่ ถ้าเขาคิดว่าจะมาแทนได้ ก็ต้องทำให้ง่อยเปลี้ยเสียขาตั้งแต่ต้นก่อน” พล.อ.บุญเลิศ กล่าว

ฟันธงมีปฏิวัติอีก

เมื่อถามว่า มองว่าคนไทยแตกแยกหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า จริงๆ ไม่ได้แตกแยก คนส่วนใหญ่ที่มาก็มาจากการชักจูง เขามาเพราะอาจมีรุ่นพี่บอกไปเดินขบวนกันหน่อย ไม่ใช่ตั้งใจจะมา ส่วนเรื่องคดียึดทรัพย์คงสุดแล้วแต่ศาล จะยึดก็ยึด ไม่ยึดก็ไม่ยึด แต่พ.ต.ท. ทักษิณ ควรจะหยุดทุกอย่าง และปล่อยให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย และพ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะได้กลับมา แต่ถ้ายังดื้อรั้นดันทุรังแบบนี้ไปไม่รอด ไม่มีใครยอม โดยเฉพาะการจาบจ้วงเบื้องสูง ต้องไปคิดทบทวน ไปนอนคิดดูดีๆ และคิดอย่างเป็นธรรม ที่ถูกปฏิวัติเพราะอะไร เขาแกล้งหรือเปล่า ถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ ต้องดูพฤติกรรมที่ผ่านมา

เมื่อถามว่าในฐานะที่ เคยปฏิวัติมาก่อนมองว่าปัจจุบันจะมีการปฏิวัติอีกหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ตนว่ามี เพราะการเล่นการเมืองตอนนี้มีต้นทุนสูง คนจะเล่นการเมืองได้ต้องมีเงิน เมื่อมีเงินแล้วเป็นผู้แทนฯ รวบรวมพรรคพวกเพื่อให้ได้อำนาจรัฐแล้วตั้งรัฐบาลและก็หาเงิน ก็หมุนเวียนอยู่แบบนี้ ถึงจุดหนึ่งทหารก็คงยอมไม่ได้ 2.ถ้าปล่อยให้มีการจาบจ้วงเบื้องสูงมาก บ่อยๆ เรื่อยๆ อำนาจรัฐไม่เข้มแข็ง เหยาะแหยะ ทหารก็คงไม่ยอม

พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า แต่การปฏิวัติจะไม่รุนแรง ใครมีกำลังมากกว่าก็ชนะ พวกเสื้อแดงจริงๆ มีไม่ถึง 100 คน พวกนี้ก็ไปชักชวนลูกน้อง ชักจูงกันมา แต่ดรีมทีมมีไม่ถึง 100 คน และหากทหารจะทำการปฏิวัติก็จะมีแผนรับมือพวกนี้อยู่แล้ว ตนฝากถึงพล.อ.อนุงพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. ว่าทั้งสองคนเป็นกำลังของบ้านเมือง ต้องกอดคอกันไว้ให้ดีในการปกป้องสถาบันและชาติบ้านเมือง

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตอนแฟนคลับในทวิตเตอร์ ที่มีข่าวมาว่าพล.อ.บุญเลิศ รุ่นเดียวกับพล.อ.สุรยุทธ์ ออกมาพูดว่าเป้าหมายตนสูงกว่าพล.อ.เปรม ขอประณามว่าเลวมากคงโกรธแทนกัน เป้าหมายของตนคือประชาธิปไตย และความยุติธรรม พร้อมปฏิเสธว่าไม่กังวลกับการตัดสินคดียึดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ. เพราะเป็นเงินที่มีมาก่อนเข้าการเมืองเชื่อว่าคงได้รับความยุติธรรม แต่หากไม่ได้จะเสาะแสวงต่อจนเจอไม่ว่าจะอยู่ไหน.

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: