อสส.ยื่นศาลผ่อนผันปมมาบตาพุด12-15กพ.


อัยการสูงสุด เตรียมยื่นศาลปกครองขอผ่อนผันเดินหน้า 12 โครงการมาบตาพุดภายใน 12-15 ก.พ.

นายบัญญัติ  วิสุทธิมรรค อัยการอาวุโส กล่าวภายหลังตัวแทนผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 12 โครงการ และนายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม นำเอกสารไปมอบให้สำนักงานอัยการสูงสุดใช้ในการทำสำนวน ยื่นต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอผ่อนผันเดินหน้าก่อสร้างโครงการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่ ถูกสั่งชะลอได้อย่างช้าภายในวันที่ 15 ก.พ.นี้

“คาดว่าจะสามารถยื่นต่อศาลได้ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ หรืออย่างช้าคือเช้าวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์” นายบัญญัติ กล่าว

นายบัญญัติ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่หนักใจกับการดำเนินการครั้งนี้ เนื่องจากเชื่อว่าโครงการทั้งหมด 76 โครงการไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม แต่กลับเป็นโครงการที่ช่วยลดมลพิษ และยังเป็นข้อมูลใหม่ที่ยังไม่เคยยื่นต่อศาลเลย สำหรับมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยแต่ละโครงการประมาณ 500 -2,000 ล้านบาท

สำหรับ 12 โครงการที่จะยื่นคำร้องขอผ่อนผันให้มีการก่อสร้างและทดสอบเครื่องจักร แบ่งเป็น โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 9 โครงการ ได้แก่ บริษัท ไทยโพลิเอทิลีน จำกัด, บริษัท สยามเลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด จำนวน 2 โครงการ, บริษัท สยามโพลิเอทิลีน จำกัด, บริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด 2 โครงการ, บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ จำกัด, บริษัท มาบตาพุด แทงก์ เทอร์มินัล จำกัด และบริษัท ไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด

ส่วนอีก 3 โครงการที่จะดำเนินการก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท เอ็มทีพี เอชพี เวจี(ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.วีนิไทย (VNT)และบริษัท บี อาร์ พี สตีล จำกัด

สำหรับการพิจารณาคดีหลักนั้น ขณะนี้ได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อศาลไปแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอฝ่ายผู้ฟ้องยื่นคำคัดค้าน และจะต้องมีการให้ข้อมูลอีกครั้งก่อนที่จะมีคำพิพากษาออกมา ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี

ด้านนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะทำงานกลางได้ให้คำปรึกษาแก่โครงการที่ถูกสั่งระงับหรือชะลอโครงการลงทุน ในมาบตาพุดแล้ว 49 โครงการ จากทั้งหมด 64 โครงการ โดยมี 4 โครงการขอยกเลิกโครงการแล้ว และมีโครงการที่ได้รับยกเว้นการชะลอโครงการแล้ว 1 โครงการ

สำหรับแนวทางการดำเนินงานมี 4 แนวทาง คือ กรณีแรก มีจำนวน 10 โครงการ เป็นโครงการที่ไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ และแจ้งต่อศาลเพื่อทราบ ว่ามีมาตรการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในขณะก่อสร้าง โดยยื่นหนังสือไปยัง สผ. แล้ว 7 โครงการ ขอชะลอ 1 โครงการ และจะหารือ สผ. ก่อนยื่นต่อศาล 2 โครงการ

กรณีที่ 2 มีจำนวน 4 โครงการ เป็นโครงการที่ต้องขอหนังสือยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้รับใบอนุญาติก่อนรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ซึ่งทั้ง 4 โครงการยื่นหนังสือไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) แล้ว

กรณีที่ 3 มีจำนวน 9 โครงการ เป็นโครงการที่ต้องยื่นขอผ่อนผันต่อศาล โดยใช้เหตุผลเทียบเคียงกับ 11 โครงการที่ศาลปกครองวางกรอบไว้วาเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่น่าส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจน

และกรณีสุดท้าย มีจำนวน 16 โครงการ เป็นการขอผ่อนผันเฉพาะการก่อสร้างหรือทดสอบเครื่องจักร เนื่องจากไม่มีมลพิษระหว่างก่อสร้าง โดยจะส่งรายละเอียดข้อมูลโครงการ พร้อมมาตรการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะก่อสร้าง อีกทั้งยืนยันด้วยว่า จะดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ จะส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อยื่นขอผ่อนผันต่อศาลปกครองต่อไป

ทั้งนี้ ในจำนวน 16 โครงการดังกล่าว มี 12 โครงการ ตัดสินใจที่จะยื่นขอผ่อนผันต่อศาล ส่วนอีก 4 โครงการอยู่ระหว่างการพิจารณา

นายชาญชัย กล่าวว่า การดำเนินงานต่อจากนี้ไปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายละเอียดขั้นตอนการจัดทำรายงาน EHIA ซึ่งคณะทำงานกลางอยู่ระหว่างการจัดทำโรดแม็ป และจัดทำบันทึกความเข้าใจแนวทางปฎิบัติการจัดทำ EHIA เพื่อให้มีความชัดเจนในการปฎิบัติ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและบุคลากร เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วต่อไป.

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: