พิเคราะห์สถาปนากองทัพแดง? “ทักษิณ”ได้ หรือ”บิ๊กจิ๋ว”เสีย


อยู่ๆ คณะแดงฮาร์ดคอร์ อันประกอบด้วย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง สุพร อัตถาวงศ์ ที่บินไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และประโคมข่าวก่อนกลับเข้ามาว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ ไฟเขียวให้จัดตั้ง “กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” หรือชื่อย่อว่า กปช. โดยเสนอชื่อ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำ มีตำแหน่งเป็น “ผู้บัญชาการสูงสุด” ของกองทัพประชาชน

แนวคิดนี้ เป็นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการรบกับรัฐบาล ของคณะฮาร์ดคอร์คณะนี้ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โดย เสธ.แดงอ้างว่า ในการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำกองทัพประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นด้วยอย่างมาก เนื่องจาก พล.อ.ชวลิต มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับจึงน่าจะสามารถรวบรวมกองกำลังคนเสื้อแดงได้ เป็นจำนวนมาก

โครงสร้างของกองทัพประชาชน ตามคำอธิบายของเสธ.แดง ระบุว่า จะมี พล.อ.ชวลิต เป็นผู้นำ ขณะที่แกนนำคนอื่นๆ อย่างตัวเขาเอง พล.อ.พัลลภ อริสมันต์ สุพร จะทำหน้าที่ช่วยคุมกองกำลังที่มีทั้งทหารพรานทั่วประเทศ นักรบชุดดำ ภารกิจหลักคือรวบรวมประชาชนเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ดูแลไม่ให้ทหารไปรับคำสั่งกลุ่มอำมาตย์มายิงประชาชน และย้ำว่าไม่ใช่การรวมกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงไม่เข้าข่าย “กบฏ”

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับลูกเรื่องนี้ โดยทวิตบนเว็บไซต์ของเขาว่า “อย่าตกใจกับข่าว ว่าจะมีอะไรรุนแรง ผมบอกทุกคนที่มาหาว่า เราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี การพูดของ เสธ.แดงเป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน”

การเปิดประเด็นเรื่องนี้ ได้ถูกตั้งคำถามอย่างมากและกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทันที เพราะยุทธศาสตร์นี้ เหมือนต้องการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาร่วมกับกองทัพเสื้อแดงแล้วสู้เพื่อ ทักษิณ ไม่ใช่สู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างที่พยายามอ้าง โดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรตามมากับวิธีการสุ่มเสี่ยงอย่างนี้

เมื่อเรื่องนี้ ถูก เสธ.แดง และ พล.อ.พัลลภ กระจายออกมาเมื่อค่ำวันที่ 3 ก.พ. “บิ๊กจิ๋ว” เองก็ยังออกอาการงง เพราะก็ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 4 ก.พ. บิ๊กจิ๋วจึงเดินทางไปยังตึกชินวัตรก่อนเดินทางมาแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย หลังจากมีการโทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณโดยตรงอย่างเคร่งเครียด

กระทั่งได้คำตอบจากพ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นความคลาดเคลื่อนของคนที่ให้ข่าว และไม่ใช่ความหมายที่ต้องการให้บิ๊กจิ๋วมานำกองทัพกลุ่มเสื้อแดงต่อสู้ รัฐบาล ความหมายที่ถูกต้องคือ ต้องการให้บิ๊กจิ๋วเป็นผู้นำภาคประชาชนในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องในบ้าน เมืองด้วยแนวทางสงบและสันติเช่นเดียวกันกับแนวที่ของบิ๊กจิ๋ว

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บิ๊กจิ๋วมีท่าทีคลายเครียด แม้จะออกมาแถลงข่าวเคลียร์ตัวเอง เพราะคำอธิบายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่โหมปฏิบัติการดาวกระจาย (อ้างเรื่องต่อต้านการรัฐประหาร) กลับขยายวงมากยิ่งขึ้น ไม่ได้เป็นไปในแนวทางสันติและสงบ แต่กลับยิ่งโหมกระแส ท้าทายฝ่ายตรงข้าม

เช่นเดียวกับความรู้สึกของแกนนำและส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงทุกวันนี้ เพราะไม่มีประโยชน์ต่อพรรค

ทว่าในการชี้แจงของ พล.อ.ชวลิต ที่ปฏิเสธการเป็นผู้นำกองทัพเสื้อแดง ก็ยังรักษาไมตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการแบ่งรับแบ่งสู้การทำงานที่ต้องเกี่ยวโยงกับกลุ่มเสื้อแดงที่เคย ปฏิเสธมาโดยตลอด

ทางรอด ของบิ๊กจิ๋ว จึงทำได้แค่พยายามปรับความเข้าใจของผู้คนในสังคมที่มีต่อตัวเขา ไม่ให้ตีความว่า “รับงาน” ส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

“คิดว่าข่าวที่ออกมาเป็นเพียงการกล่าวของ พล.อ.พัลลภ ที่อาจต้องการให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยงานให้กับประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ ใฝ่สันติ และต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ คงไม่ใช่จะให้ผมไปทำอะไรที่เสียหาย ยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่เหมือนเสื้อสีอื่นที่ประกาศชัดเจน…

หากไปเรียกว่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะผู้ที่พูดอาจไม่ได้มีเจตนาหมายความว่าอย่างนั้น จึงขอปฏิเสธที่จะใช้คำว่าผู้นำสูงสุด แต่ยอมรับว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนที่รักบ้านเมือง และใฝ่สันติ โดยไม่จำเป็นต้องไปเป็นผู้นำเพราะเขามีผู้นำอยู่แล้ว วันนี้ขอเป็นมิตรและสหายที่รู้ใจ เพราะมีแนวทางการทำงานตรงกัน โดยการแก้ปัญหาของบ้านเมือง”

ขณะเดียวกัน “3 เกลอ” แกนนำกลุ่มเสื้อแดง นปช.(กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ที่ประกอบด้วย วีระ มุสิกพงศ์ (ประธาน) จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.กทม.เพื่อไทย และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็รีบออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์นี้ โดยระบุว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของบุคคล

เจตนาจะบอกว่าความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มฮาร์ดคอร์” คณะนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสื้อแดง นปช.แต่อย่างใด

ซึ่งหมายถึงการปฏิเสธ “การนำ” ของกลุ่มนี้ ที่พยายาม “ชิงการนำ” ยก ระดับตัวเอง ไปรับงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตรง

หากมองในแง่ทฤษฎีที่ว่า ฝ่ายไหน “ได้-เสีย” จากเรื่องนี้…ก็น่าคิด

ที่แน่ๆ สมาชิกในพรรคเพื่อไทย ไม่มีใครอยากให้กลุ่มเสื้อแดงลากพรรคลงเหวไปด้วย

ที่แน่ๆ เสื้อแดง นปช.ถูกรุมถล่มอย่างหนัก

ที่แน่ๆ “ทักษิณ” สร้างกระแสให้ตัวเองได้ ว่ายังมีบารมี ยังมีความสำคัญ ถึงขั้นมีสาวกเสนอตั้งกองทัพส่วนตัวให้

ที่แน่ๆ “บิ๊กจิ๋ว” อาจจะเป็นคนเดียวที่ “เสียหาย” อย่างชัดเจน

หากคิดหลายชั้น ก็มีนักสังเกตการณ์เริ่มสงสัยว่า “บิ๊กจิ๋ว” ซึ่งยังใกล้ชิดกับกองทัพ ยังใกล้ชิดกับโครงสร้างเดิม ยังใกล้ชิดกับหัวหน้าอำมาตย์ใหญ่ กำลังเคลื่อนไหวอะไรที่สร้างความหวาดระแวงและความไม่ไว้ใจให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่

จนถึงกับออกมาโยนเผือกร้อนให้ตอนนี้.

ที่มา: suthichaiyoon online

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: